มอง “คู่ต่อสู้เราคือหลงเซียนหลิน คิดว่ามันจะไม่ส่งคนไปดักซุ่มโจมตีสกัดทัพเขาเหินของข้าหรือ?”
“แน่นอนว่ามันต้องทำอยู่แล้ว”
เฟิงจี้สิงยิ้ม “แต่เรายังมีไพ่อีกใบอยู่ในมือ”
หลินมู่อวี่ยิ้ม “ข้ารู้แล้ว…มังกรผงาดสินะ”
“ใช่” เฟิงจี้สิงหัวเราะ “กองทัพที่แท้จริงของเราคือกลุ่มมังกรผงาด กององครักษ์และค่ายเขาเหินเป็นเพียงเหยื่อล่อ กลุ่มมังกรผงาดต้องไปทำลายแหล่งเสบียงของพวกมันให้สิ้น หลงเซียนหลินเป็นนักวางกลยุทธ์ มันคงนึกไม่ถึงว่าท้ายที่สุดเราจะกล้าซ้อนแผนมันถึงสองครั้ง”
เหล่ยหงพลันปรบมือและยิ้ม “พวกรุ่นใหม่ช่างน่ากลัวเสียจริง การที่จักรวรรดิมีแม่ทัพอย่างเฟิงจี้สิง ฉู่ฮว๋ายเหมี่ยน และอาอวี่เช่นนี้ คงได้เป็นเมืองที่ยิ่งใหญ่ขึ้นกว่าเดิมแน่”
ฉินอินเอ่ยด้วยความปีติ “ถ้าเช่นนั้น การบุกโจมตีกลางดึกยกให้เป็นหน้าที่ของผู้บัญชาการเฟิงจี้สิง”
“กระหม่อมจะไม่ทำให้องค์หญิงผิดหวังพ่ะย่ะค่ะ”
ฉินอินหันไปมองยังเหล่าขุนนาง “ภารกิจนี้ขอให้เป็นความลับ ฉะนั้นพวกท่านอย่าได้มีใครออกจากตำหนักเจ๋อเทียนแห่งนี้จนกว่าเหล่าแม่ทัพจะกลับมาเช้าพรุ่งนี้”
“พ่ะย่ะค่ะองค์หญิง!”
…
ตอนบ่ายคล้อย หลินมู่อวี่ส่งสาส์นไปยังภูเขาหลงหยานโดยนกส่งสารที่ถูกฝึกของเหมืองหลันเยี่ยน มันสามารถบินไปมาได้โดยไม่ตกเป็นเป้าของศัตรู
กระทั่งพลบค่ำ หลินมู่อวี่ได้รับสาส์นตอบกลับจากหลัวอวี่ว่าทหารรับจ้างมังกรผงาดสองหมื่นนายไปถึงเมืองฉิวเฟิ่งและพร้อมจุดไฟทุก