อิน ราชาเจิ้นหนานเป็นผู้ทรยศ ทุกคนกำลังตื่นตระหนก และเจ้าเป็นเพียงผู้เดียวที่สามารถเป็นที่พึ่งให้พวกเขาได้ ด้วยสถานการณ์เช่นนี้ เจ้าต้องเข้มแข็งขึ้น เสด็จพ่อจะต้องไม่เป็นอะไร ทว่าก่อนอื่น เจ้าต้องปกป้องเมืองหลันเยี่ยนไว้ให้ได้”
“อือ”
ฉินอินเช็ดน้ำตาอย่างเงียบงัน หลินมู่อวี่ถอยกลับไปยืนที่เดิม
ท่ามกลางข้าราชบริพาร หลัวซิ่งพลันประสานหมัด “องค์หญิงอิน ราชาเจิ้นหนานทรยศเป็นเรื่องที่โง่เขลา พระองค์เพียงต้องส่งทหารฝีมือดีไปยังมณฑลชางหนาน และทำลายฝูงชนไร้ฝีมือของพวกนั้นให้สิ้นซาก”
เฟิงจี้สิงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ “ทหารสองแสนนายในเมืองไป๋หลิงต่างเป็นคนไร้ความสามารถหรือ…ช่างน่าขันยิ่งนัก! หลินอี้เป็นหนึ่งในเจ็ดแม่ทัพเทพแห่งจักรวรรดิซึ่งเชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์มาก อีกคนที่ห้ามประมาทก็คือหลงเซียนหลิน หากประเมินคู่ต่อสู้ต่ำเกินไป ข้าเกรงว่าประวัติศาสตร์อันยาวนานของจักรวรรดิอาจต้องสิ้นสุดลงวันนี้”
หลัวซิ่งเลิกคิ้ว “ผู้บัญชาการเฟิงนำกองทัพแห่งจักรวรรดิในเมืองหลวงมานานหลายปี และไม่ได้เข้าร่วมสงครามใด ไม่แปลกใจที่ท่านเป็นดั่งเสือซ่อนเล็บ”
“อย่างนั้นหรือ?” เฟิงจี้สิงยิ้มเยาะ
ฉินอินขมวดคิ้วและมองไปยังฝูงชน “อาวุโสฉู่ องค์จักรพรรดิให้ท่านช่วยเหลือเสี่ยวอินก่อนที่พระองค์จะไป ตอนนี้…ท่านคิดว่าข้าควรทำสิ่งใด?”
ชวีฉู่ขมวดคิ้วและกล่าวว่า “หากลั่วหลานมาร่วมสงครามจริง จักรวรรดิอาจไม่รอดพ้นจากหายนะครานี้ ทว่าเราไม