พอวี้หลินเป็นพลโล่และพลหอก ตามมาด้วยทัพธนู รวมทั้งหมดห้าหมื่นนายจากเมืองหลันเยี่ยน
…
ฉินอินมองกองทัพตะวันออกเคลื่อนไปจนลับสายตา ถังเสี่ยวซีเอ่ยขึ้น “เสี่ยวอิน กลับเข้าเมืองกันเถิด ด้านนอกนี้หนาวเย็นนัก เดี๋ยวเจ้าจะป่วยเอาได้”
“อืม”
ฉินอินพยักหน้าพลางขมวดคิ้ว “ลึกๆ แล้วข้ารู้สึกกังวลเล็กน้อย หวังให้การเดินทางครั้งนี้ยกเลิกไปเสีย”
“เจ้ากังวลสิ่งใดกัน? เกี่ยวกับท่านฉินอี้อย่างนั้นหรือ?” ถังเสี่ยวซีถาม
“ใช่” ฉินอินพยักหน้า “ท่านลุงฉินอี้ไม่มาพบพ่อข้าหลายปีแล้ว ข้าได้ยินมาว่าเขากำลังทำการฝึกฝนกำลังคนอยู่ที่หลิงหนาน เมื่อสิบปีก่อนเขามีทหารสองแสนนาย กระทั่งครั้งล่าสุด ทหารสอดแนมของเราที่หลิงหนานรายงานกลับมาว่าตอนนี้มีกองกำลังครึ่งล้านแล้ว ทหารห้าแสนนาย…”
ถังเสี่ยวซีหัวเราะ “ไม่เห็นต้องกังวล เจ้าลืมไปแล้วหรือ…ทหารห้าแสนนายนั่นเทียบกับกองทัพหลักเมืองเราไม่ได้ อีกทั้งเรายังมีแม่ทัพอย่างท่านหลินอวี้จากเมืองหยาดสายัณห์ รวมไปถึงค่ายของทหารจักรวรรดิทุกๆ สอบไมล์ยาวไปจนถึงทางเหนือของเทือกเขาฉิน เมื่อใดก็ตามที่คนฝั่งหลิงหนานย่างเท้าข้ามมาเราต้องรู้ในทันที เท่ากับว่าหากท่านราชาฉินอี้แห่งเจิ้นหนานอยากโจมตีเรา เขาจะไม่มีโอกาสชนะเลยแม้แต่น้อย”
ข้าก็หวังเช่นนั้น…”
ฉินอินหันไปหาหลินมู่อวี่ด้วยท่าทีไม่สบายใจ ก่อนจะพบว่าเขากำลังคุยอยู่กับฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนพร้อมกับก้อนสีดำบางอย่างในมือ
“ท่านพี่ฉู่ สิ่งนี้คือไข