เร็ววันนี้”
หลินมู่อวี่ยิ้ม “พี่เฟิง ดื่มสิ ฮ่าๆ”
“ฮ่าๆๆ ได้สิ ดื่ม!”
…
โดยไม่คาดคิด วันรุ่งขึ้นข้าราชบริพารได้นำพระบรมราชโองการของจักรพรรดิเข้าไปในคุก เพื่อนำตัวหลินมู่อวี่กลับตำหนักเจ๋อเทียน ขณะนี้มีทหารหลายนายในตำหนัก เสนาบดีคนสำคัญอย่างน้อยหนึ่งร้อยนายกำลังเฝ้าดูองค์จักรพรรดิและราชบุตรบุญธรรมผู้นี้ หลินมู่อวี่ได้เปลี่ยนเครื่องแต่งกายเป็นชุดผู้ดูแลวิหารศักดิ์สิทธิ์เรียบร้อย
ถังเสี่ยวซีกลับมาแล้ว นางยืนข้างชวีฉู่พร้อมส่งรอยยิ้มจางๆ มาให้หลินมู่อวี่ก่อนจะแลบลิ้นอย่างซุกซน
“ถวายบังคมพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท” หลินมู่อวี่เอ่ยเสียงเรียบและคุกเข่าทำความเคารพองค์จักรพรรดิ
ฉินจิ้นขมวดคิ้วและกล่าวว่า “อาอวี่ เจ้าสังหารถังปินโดยไม่ตั้งใจ…หลานกงให้คำสัญญาว่าจะยังไม่จัดการเจ้าในเร็ววัน ขณะนี้เกิดสงครามนองเลือดในเมืองอสูร ถึงเวลาแล้วที่จักรวรรดิต้องจัดการให้เด็ดขาด ข้าตัดสินใจให้เจ้าเป็นแม่ทัพนำกองทหารเจ็ดร้อยนายจากค่ายรังอินทรีไปยังเมืองหน้าด่านอสูร เพื่อรับช่วงต่อแม่ทัพพิทักษ์เมืองอวี่เหวินเซี่ยในการทำศึก เจ้าจะยินดีหรือไม่?”
หลินมู่อวี่พยักหน้า “พ่ะย่ะค่ะ”
“เข้ามาสิ รับตราพยัคฆ์ไป!” ฉินจิ้นกล่าวเสียงดัง
ข้าราชบริพารถือกล่องผ้านำมาให้หลินมู่อวี่ ภายในกล่องมีตราพยัคฆ์สีทองซึ่งแตกต่างจากเหรียญตรามังกรทอง อีกทั้งมีม้วนหนังสือพระบรมราชโองการเพื่อนำไปแสดงอำนาจทางการทหารต่อจากอวี่เหวินเซี่ย
ฉินจิ้นมองหลิน