มู่อวี่จากระยะไกลและกล่าวว่า “อาอวี่ ออกไปทำศึกซะ หากไม่สามารถเอาชนะกองทัพอสูรได้ ก็ไม่ต้องกลับมายังเมืองหลันเยี่ยน เจ้าต้องการสิ่งใดอื่นใดอีกหรือไม่?”
หลินมู่อวี่พยักหน้าและกล่าวว่า “ฝ่าบาท กระหม่อมมิเคยเห็นเผ่าพันธุ์อสูรมาก่อนและมิเคยบัญชาการทหารเกือบหนึ่งแสนนาย ดังนั้นได้โปรดส่งทหารผ่านศึกผู้มีประสบการณ์ในการทำสงครามเพื่อคอยชี้นำข้าเป็นครั้งคราว ได้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”
ฉินจิ้นหันไปทางเหล่าทหาร “นายพลท่านใดยินดีจะออกไปร่วมศึก?”
ทุกคนต่างเงียบงัน ใบหน้าเจิ้งอี้ฝานซีดลงเล็กน้อยขณะที่กลุ่มทหารค่ายเสินเวยต่างพากันนิ่งเงียบ พวกเขาไม่ต้องการให้การช่วยเหลือหลินมู่อวี่…
ทันใดนั้นทหารผ่านศึกผู้มีผมและเคราขาวเดินออกจากฝูงชนก่อนจะประสานหมัด “ทหารผ่านศึกฉือยิงยินดีช่วยท่านแม่ทัพพ่ะย่ะค่ะ”
ฉินจิ้นยิ้ม “ดีมาก แม้ว่านายพลฉืออายุเกือบเจ็ดสิบปี ทว่ากระบวนดาบมิได้ด้อยลงเลย เป็นเรื่องดีหากได้เจ้าร่วมเดินทางไปกับอาอวี่ จำไว้ว่าดูแลลูกชายข้าด้วย เขาเป็นลูกชายเพียงคนเดียวของข้า”
ฉือยิงประสานหมัด “พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท!”
…
บนปกเสื้อของฉือยิงมีตราดอกจื่อยินและดาวทองหนึ่งดวงซึ่งหมายถึงผู้บัญชาการทหารกองพัน ยศทางทหารของทหารผ่านศึกผู้นี้ไม่ดีเท่าหลินมู่อวี่ กระนั้นข้าราชบริพารสองคนพลันก้าวเข้ามาเปลี่ยนให้หลินมู่อวี่เป็นดาวทองสามดวง ซึ่งหมายถึงระดับแม่ทัพ และเปลี่ยนดาวทองสองดวงให้ฉือยิง เพื่อขึ้นเป็นผู้บัญชาการกองห