ว่ามันแข็งแกร่งเพียงใด มันทำให้พลังยุทธ์ถังเสี่ยวซีข้ามขั้นไปอยู่ขอบเขตนภาได้ทันที ช่างเป็นพลังที่ก้าวกระโดดยิ่งนัก!
ระหว่างที่เจิ้งอี้ฝานกำลังขบคิดว่าจะเกลี้ยกล่อมถังเสี่ยวซีกับหลินมู่อวี่อย่างไรดี ก็มีกลุ่มคนควบม้ามาจากทางเหนือ เป็นสัมผัสที่คุ้นเคยอย่างมาก
หลินมู่อวี่หันไปมองก่อนจะพบว่ากลุ่มคนที่คุ้นเคยเบื้องหน้าตนนั้นคือฉินอิน!
เมื่อเห็นชวีฉูที่อยู่ถัดจากฉินอิน หลินมู่อวี่ก็รู้สึกโล่งใจทันที ตราบที่ยังมีชวีฉูอยู่…เปรียบเสมือนมีฝ่ามือเพลิงคอยโอบอุ้มคุ้มครองไว้ เจิ้งอี้ฝานไม่มีโอกาสเอาชนะได้อย่างแน่นอน ซึ่งหลินมู่อวี่คิดว่าควรกำจัดเจิ้งอี้ฝานเสียที่นี่เพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต แม้เฟิงจี้สิงจะเห็นพ้องทว่าก็เป็นความคิดที่บ้าบิ่นเกินไป อีกทั้งชวีฉูผู้ซื่อสัตย์ของไม่เอาด้วยเป็นแน่
“เสี่ยวซี!” ฉินอินกระโดดลงจากม้าด้วยความตื้นตันอย่างยิ่ง
“เสี่ยวอิน!” ถังเสี่ยวซีเองก็มีความสุขมาก
ทั้งสองโผเข้าหากันทันใด ฉินอินกอดถังเสี่ยวซีสหายรักไว้แน่น ขณะที่ถังเสี่ยวซีสะบัดหางทั้งเก้าไปมาด้วยความปีติกระทั่งทั้งคู่ล้มลงไปกับพื้น
…
หลินมู่อวี่ปล่อยมือจากด้ามกระบี่พลางคำนับ “ในเมื่อองค์หญิงอิน ผู้เฒ่าชวีและเฟิงจี้สิงมาถึงแล้ว ความปลอดภันของเสี่ยวซีคงไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป ขอบพระคุณท่านเสินโหวที่เป็นห่วง ทว่าพวกเราจะเดินทางกลับเมืองหลันเยี่ยนด้วยกัน ส่วนท่านก็จงระมัดระวังอันตรายระหว่างทางกลับนะขอรับ หากขุนนา