ระหม่อมว่าเราควรพักค้างแรมกันที่นี่สักคืนแล้วค่อยเดินทางพรุ่งนี้เช้าจะดีกว่า”
“ไม่”
ฉินอินกล่าวด้วยสายตามุ่งมั่น “ท่านผู้บัญชาการเฟิงจี้สิง ยิ่งเราช้ามากเท่าไร เสี่ยวซียิ่งตกอยู่ในอันตรายมากเท่านั้น ข้าเป็นห่วงนาง…สถานการณ์ที่ยากลำบากของเราในตอนนี้เทียบกับสิ่งที่นางกำลังเผชิญไม่ได้เลย”
“ทราบแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
ชวีฉูหันหัวม้าไปทางฉินอิน “องค์หญิง อันที่จริงอาจะมิสมควรนัก…แต่ข้ามีเรื่องหนึ่งจะเอ่ย”
“ท่านผู้เฒ่าชวีพูดออกมาเถิดเจ้าค่ะ” ฉินอินตอบอย่างใจเย็น
ชวีฉูพยักหน้าก่อนจะคำนับแล้วเอ่ยขึ้น “ตามที่อาอวี่ได้ทำการคาดเดาไว้ว่าปีศาจจิ้งจอกเก้าหางอาจเป็นองค์หญิงซี เท่าที่ข้าเคยรู้มา จิ้งจอกเก้าหางนั้นทรงพลังเป็นอย่างมาก หากเสี่ยวซีกลายร่างเป็นจิ้งจอกเก้าหางจริง พลังของนางตอนนี้ไม่ได้ด้อยไปกว่าข้าเลย ต้องใช้คนสักเท่าไรถึงจะจัดการกับนางได้?”
ฉินอินกะพริบตามองชวีฉู “ท่านไม่มีวิธีเลยหรือเจ้าคะท่านผู้เฒ่าชวี?”
ชวีฉูถึงกับตกตะลึงและนิ่งเงียบไปชั่วครู่
เฟิงจี้สิงสูดหายใจลึกก่อนจะตะโกนออกคำสั่ง “กองทัพทั้งหมดจงฟังคำสั่ง ออกเดินเดินทางค้นหาต่อ!”
…
เวลาสองวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว สี่วันแล้วที่ถังเสี่ยวซีหายตัวไปจากเมืองหลันเยี่ยน
ทางตะวันตกเฉียงเหนือของป่าล่ามังกร กองทหารจำนวนหนึ่งกำลังเดินทางอยู่ ทว่าจำนวนหนึ่งในนั้นได้รับบาดเจ็บร้องครวญครางอยู่บนหลังม้า เสื้อผ้าเปรอะไปด้วยเลือด
กองทหารเมืองชีไห่ได้ปะทะเข