รหรือเสี่ยวอิน?” หลินมู่อวี่ผงะ และถามออกไปอย่างใจเย็น
“พี่อาอวี่ เมื่อคืนเกิดไฟไหม้ใหญ่ในเมืองหลันเยี่ยน พี่รู้หรือไม่?” ฉินอินกล่าวพร้อมดวงตาแดงก่ำ
“อืม ข้ารู้ มีคนไปดับไฟแล้วใช่หรือไม่? แล้วเกิดเพลิงไหม้ที่ใดล่ะ?”
“จวนเจ้าเมืองชีไห่…” น้ำตาไหลรินออกจากดวงตาคู่งามของฉินอิน “เกิดบางอย่างขึ้นกับเสี่ยวซี…”
“เสี่ยวซี…เสี่ยวซีเป็นอะไร?”
หลินมู่อวี่ลุกขึ้นและคว้าแขนฉินอิน “เสี่ยวอิน บอกข้ามา”
“เกิดไฟไหม้ที่จวนเจ้าเมืองเมืองชีไห่ และเสี่ยวอินก็สูญหายไป มีคนบอกว่าเห็นสัตว์ประหลาด มันเป็นจิ้งจอกเก้าหางที่ปกคลุมไปด้วยเพลิงซึ่งทำให้พวกเขาไม่กล้าเข้าใกล้ และ…เมื่อคืนสัตว์ประหลาดตัวเดียวกันก็บุกเข้าประตูทางเหนือของเมืองหลันเยี่ยน”
“จิ้งจอกเก้าหาง?”
หลินมู่อวี่สั่นสะท้าน เขาส่ายหัวและพูดอย่างเจ็บปวด “เกิดอะไรขึ้นกับเสี่ยวซี…แล้วจิ้งจอกเก้าหางนั่นคืออะไร? หาเสี่ยวซีไม่เจอเลยหรือ?”
“ไม่เจ้าค่ะ…ราวกับว่าเสี่ยวซีหายไปกับอากาศ…” ฉินอินร้องไห้และกล่าวอย่างสะอึกสะอื้น
หลินมู่อวี่ค่อยๆ สงบลง ทว่าเขารู้สึกถึงลางสังหรณ์ไม่ดีภายในก้นบึ้งของหัวใจ จิ้งจอกเก้าหางนั่นคงไม่ใช่สัตว์อสูรธรรมดา…แต่คงเกี่ยวข้องกับถังเสี่ยวซีเป็นแน่!
…
“เสด็จพ่อออกพระราชโองการแล้วว่าให้เฟิงจี้สิง ฉู่ฮว๋ายเหมี่ยน เจิ้งอี้ฝาน และทหารอีกหลายนายจัดการเรื่องนี้ พี่อาอวี่รีบตามข้าเข้าตำหนักเถิด” ฉินอินกล่าว
“อืม”
หลินมู่อวี่คว้าเสื้อคลุ