ังงานที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ทำให้จับต้องและควบคุมได้ยากยิ่ง
หลินมู่อวี่ลุกขึ้นยืนพลางเรียกน้ำเต้าสีทองออกมาล้อมรอบตันเอง น้ำเต้าทองอันเปล่งประกายและแสงอาทิตย์ประสานและสะท้อนผ่านกำแพงจนเกิดแสงเปล่งประกายไปทั่ว
แสงสามารถทะลุผ่านวัตถุโปร่งใสได้นี่คือแก่นแท้ของมัน
ทันใดนั้นหลินมู่อวี่ก็เริ่มตื่นเต้นเมื่อวิญญาณยุทธ์ของตนเริ่มเปล่งประกายราวกับแสงของพระอาทิตย์ขึ้น ความเข้าใจต่อพลังธาตุแสงของหลินมู่อวี่เพิ่มขึ้นอีกระดับแล้ว เขาสามารถสื่อสารกับภูตแสงรวมไปถึงอัญเชิญหรือเรียกกลับได้ง่ายขึ้น และบางทีอาจใช้พลังกฎแห่งแสงนี้ผสานกับวิชากระบี่ได้!
หลินมู่อวี่พลันนึกถึงครั้งแรกที่ได้เรียนวิชากระบี่ตัดอัสนีกับชวีฉู เป็นวิชาที่เรียบง่าย…เมื่อใช้รวมกับปราณยุทธ์แล้วจะสามารถสังหารคนได้ในพริบตา แม้จะไม่รุนแรงและทะลุทะลวงเท่าทักษะพายุอัสนีพิโรธ
ทว่าตอนนี้หลินมู่อวี่กำลังคิดบางอย่างได้ หากแทนที่การโจมตีสายฟ้าด้วยธาตุแสง เป็นไปได้หรือไม่ที่จะทำลายโล่และเกราะปราณของศัตรูได้ด้วยการโจมตีนี้? หากทำได้จริง…เกรงว่าแม้แต่ปราการเกล็ดมังกรที่ขึ้นชื่อเรื่องความแข็งแกร่งอันดับต้นๆ คงต้านทานไม่ไหว
…
เมื่อคิดได้ดังนั้นหลินมู่อวี่ก็รีบชักกระบี่วิญญาณมังกรออกและปล่อยพลังกฎแห่งแสงเข้าไปยังตัวกระบี่ กระบี่วิญญาณมังกรค่อยๆ อาบไปด้วยพลังแสงอันเจิดจรัส พลังแห่งรุ่งอรุณผสานกับวิญญาณยุทธ์น้ำเต้าและคมกระบี่พร้อมถูกปลดปล่อยได้ทุก