ินมู่อวี่ยิ้ม “เฟิงจี้สิงช่างเสียงดังดีจริง องค์จักรพรรดิทรงเลือกคนอ่านพระราชดำรัสได้เหมาะสมยิ่ง ขนาดมีคนเป็นหมื่นในลานกว้างเสียงยังส่งไปถึงทุกซอกมุม…”
หลินมู่อวี่พยักหน้า “ไม่เพียงแต่เสียงใหญ่ กระเพาะก็ใหญ่ด้วย! ครั้งล่าสุดที่ข้าชวนไปทานอาหารค่ำด้วยกัน เขากินข้าวไปตั้งแปดชาม ข้ายังอดสงสัยไม่ได้ว่าเขาอดข้าวสี่วันก่อนจะได้กินกับข้าหรือเปล่า…”
“เป็นไปได้ เขาชอบทำเช่นนั้นอยู่บ่อยๆ!” ฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนหัวเราะ
ทันใดนั้นเฟิงจี้สิงก็หยุดอ่านพระดำรัส พลางกล่าวด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด “หากไอ้ปากเหม็นสองคนนั้นยังใส่ร้ายข้าไม่เลิก ข้าจะบอกองค์จักรพรรดิลงโทษพวกเจ้าสักหนึ่งปี”
ฉินจิ้นถึงกับกระแอม “แม่ทัพเฟิงจี้สิงอ่านต่อเถิด และช่วยจริงจังด้วย…”
ฉินอินกับถังเสี่ยวซีที่อยู่ด้านข้างเผลอยิ้ม
เฟิงจี้สิงอ่านพระราชดำรัสต่อจนจบใช้เวลาเกือบสิบนาที ก่อนจะส่งต่อม้วนกระดาษให้ข้าราชบริพารและนำวัวมาเปิดพิธี “ฝ่าบาท งานเฉลิมฉลองเริ่มแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
“อืม”
ฉินจิ้นและฉินอินลงจากแท่นสูงไปยังลานหญ้าสีเขียวด้านล่าง ฉินจิ้นถือคันไถเหล็กสีขาว ขณะที่ฉินอินจูงวัวเดินนำหน้าไปโดยไม่สนว่าชุดคลุมขาวจะเปรอะขนาดไหน ทั้งคู่ทำท่าคล้ายชาวหน้ากำลังทำการเกษตร ถังเสี่ยวซีที่ถือเมล็ดดอกจื่อยินหว่านมันออกไปตามลานดิน
หลินมู่อวี่และฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนคอยคุ้มกันพื้นที่นี้ไว้ทั้งสองฝั่ง ขณะเดียวกันองครักษ์มังกรหลายสิบคนก็ทำหน้าที่อารักขาอย่างดี คอ