หลินมู่อวี่ยกถ้วยชาขึ้นมาจิบ “ผู้บัญชาการของกองทัพเขาเหิน คือฉู่ฮว๋ายเหมี่ยน…เขาเปรียบเสมือนพี่ชายข้า ข้าจะเขียนจดหมายถึงเขา รับรองว่าเขาจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับกลุ่มมังกรผงาดของเรา ฉะนั้นอย่ากังวลไป”
“ง่ายถึงเพียงนี้เชียว!” เฟิงสี่ยิ้มร่า “ท่านรู้เบื้องหลังของกลุ่มมีดสังหารและเพลิงศักดิ์สิทธิ์หรือไม่ขอรับ?”
“รู้!”
หลินมู่อวี่กล่าวต่อ “แรกเริ่มหัวหน้าของกลุ่มเพลิงศักดิ์สิทธิ์คือผู้บัญชาการแห่งทหารค่ายเสิยเวยที่ถูกขับไล่เพราะก่ออาชญากรรม ผู้ที่คอยหนุนหลังกลุ่มนี้อยู่คือเสินโหวเจิ้งอี้ฝาน ส่วนกลุ่มมีดสังหารนั้นนับได้ว่าเป็นกองกำลังส่วนตัวของอวี่เหวินเซี่ย! เพราะได้รับอาวุธ ชุดเกราะ อาหารและเงินเลี้ยงชีพจากแม่ทัพพิทักษ์เมืองผู้นี้”
“หากท่านรู้เช่นนี้แล้ว…” เฟิงสี่เผยสีหน้าตึงเครียด “ยังจะสู้รบกับพวกมันอยู่อีกหรือขอรับ?”
“อย่ากังวล”
หลินมู่อวี่เอนหลังพิงเก้าอี้ “กฎของจักรวรรดิคือห้ามมีการฝึกฝนกองทัพส่วนตัว อวี่เหวินเซี่ยและเจิ้งอี้ฝานต่างก็รู้กฎข้อนี้ดี ดังนั้นเรื่องการรบของกลุ่มทหารรับจ้างนี้จะไม่มีทางแพร่งพรายง่ายๆ แน่ ส่วนข้ายังมีเหรียญตรามังกรทองไว้ใช้เพื่อเป็นข้ออ้างในการเรียกกลุ่มมังกรผงาดมาช่วยได้จึงไม่เป็นปัญหา ที่สำคัญแม่ทัพพิทักษ์เมืองอวี่เหวินเซี่ยไม่มีกองกำลังทหารเป็นของตัวเอง…จึงไม่มีสิ่งใดต้องกลัว”
เฟิงสี่พยักหน้าก่อนจะถามต่อ “เช่นนั้นหากเจิ้งอี้ฝานใช้ทัพเสินเวยเข้าช่วยเราจะทำอ