ย่างไรขอรับ?”
“กองทัพเสินเวยรึ?”
หลินมู่อวี่สูดหายใจลึก “หากเจิ้งอี้ฝานคิดจะใช้กองทัพเสินเวยเข้าโจมตีทหารรับจ้างที่ได้รับการรับรองจากจักรวรรดิอย่างเราก็เท่ากับว่าเขาฝ่าฝืนกฎ ดังนั้นถ้ากองทัพเสินเวยยังกล้าบุกอีก ก็เป็นเรื่องที่ดีกลุ่มมังกรผงาดของเราจะใช้เป็นข้ออ้างกำจัดพวกมันให้สิ้นซาก”
เฟิงสี่ประหลาดใจเล็กน้อย “ท่านผู้บัญชาการช่างใส่ใจกลุ่มมังกรผงาดมากจริงๆ…”
“อะไร? ค่ายเสินเวยนั้นเปรียบเสมือนหายนะของเมืองหลันเยี่ยนอยู่แล้ว ข้าเพียงต้องการกำจัดเสี้ยนหนามนี้ออกไปให้พ้นทาง ทว่าที่ผ่านมายังไม่สบโอกาสเท่านั้นเอง”
“ข้าเห็นด้วยขอรับ ข้าจะทำตามที่ท่านสั่งทุกประการ”
“อืม เช่นนั้นก็ไปได้แล้ว”
…
เฟิงสี่ออกจากห้องไปแล้ว ทว่าหลินมู่อวี่ยังคงเอนหลังพิงเก้าอี้ครุ่นคิดอยู่ เมืองหลันเยี่ยนเป็นเมืองหลวงของจักรวรรดิและมีการปะทะระหว่างกลุ่มทหารรับจ้างด้วยกันบ่อยครั้งที่สุดในบรรดาสิบสองมณฑล ถึงกระนั้นการรบกันของทหารรับจ้างกว่าหมื่นคนนั้นแทบไม่ต่างจากสงครามใหญ่ จนเกินกว่าที่มณฑลอวิ้นจงและชางหนานจะสามารถควบคุมได้
อย่างไรก็ตาม ทางจักรวรรดิก็มิได้นิ่งนอนใจกับการเพิ่มจำนวนขึ้นของทหารรับจ้าง อันที่จริงกลุ่มทหารรับจ้างใหญ่ๆ บางกลุ่มได้รับการหนุนหลังจากขุนนางอยู่แล้ว จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมผู้ก่อตั้งฉินอี้ต้องร่างกฎหมาย ‘ขึ้นทะเบียนทหารรับจ้าง’ เมื่อจักรวรรดิถูกคุกคาม กลุ่มขึ้นทะเบียนเหล่านี้จะต้องเข้าร่วมกับกอง