ทัพจักรวรรดิเพื่อเสริมสร้างกองกำลังทหารให้เข้มแข็งขึ้น
หลินมู่อวี่ก่อตั้งกลุ่มมังกรผงาดขึ้นก็เพื่อเสริมสร้างอำนาจทางทหารให้ตนเช่นกัน เพราะแม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นบุตรบุญธรรมของจักรพรรดิ ทว่ากำลังทหารที่มีอยู่ใต้อาณัตินั้นช่างน้อยนิดจนน่าสมเพช หน่วยองครักษ์อินทรีมีเพียงเจ็ดร้อยคน ทหารในวิหารศักดิ์สิทธิ์ก็มีไม่ถึงพัน เทียบกับเฟิงจี้สิงผู้นำกององครักษ์สามหมื่นนาย และฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนผู้นำกองทหารเขาเหินหนึ่งหมื่นเจ็ดพันนายแล้วยิ่งน่าหดหู่ กระทั่งได้รวบรวมไพร่พลและสร้างเป็นกลุ่มทหารรับจ้างขึ้นทะเบียนโดยแต่งตั้งตนเป็นผู้บัญชาการ จึงทำให้มีกำลังทหารเพิ่มขึ้นเป็นหนึ่งหมื่นห้าพันคน ถึงจะกล้าออกหน้าอย่างภาคภูมิ!
ทันใดนั้น ทหารยามนอกประตูก็ตะโกนเข้ามาอีกครา “ใต้เท้าหลิน คนส่งสาส์นจากตำหนักเจ๋อเทียนมาขอเข้าพบขอรับ!”
“ให้เข้ามา!”
“ขอรับ!”
คนส่งสาส์นจากตำหนักเจ๋อเทียนเปิดประตูเข้ามาพร้อมกับเอ่ยขึ้นอย่างนอบน้อม “นายท่านหลินมู่อวี่ องค์จักรพรรดิมีรับสั่งให้ท่านไปร่วมงานเฉลิมฉลองฤดูหว่านพืชผลที่ตำหนักเจ๋อเทียนในเช้าวันมะรืนขอรับ”
“ข้าทราบแล้ว ขอบคุณที่แจ้งข่าว”
“ขอบพระคุณมาก ข้าขอตัวกลับขอรับ”
“ไปเถิด”
…
ตกเย็น หลินมู่อวี่พาถังเสี่ยวซีไปเยี่ยมฉู่เหยาพร้อมทานอาหารค่ำร่วมกัน โดยครั้งนี้ถังเสี่ยวซีเป็นคนจัดการเรื่องอาหารการกิน หลังจากไปมาหาสู่กันบ่อยครั้ง ในที่สุดฉู่เหยากับถังเสี่ยวซีก็คุ้นเคยกัน แม้ฉู่เหยา