น้ายิ้ม “ได้สิ ข้าจะตัดผมให้อาอวี่เอง…”
ถึงจะกล่าวเช่นนั้นเกอหยางก็หาได้หยิบมีดมาเตรียมไม่ เขายกมือขึ้นพลางใช้ปราณยุทธ์ที่คมราวกับมีดตัดผมให้หลินมู่อวี่ ทักษะมีดนั้นคมอย่างมาก ไม่นานนักผมทรงใหม่ของหลินมู่อวี่ก็แล้วเสร็จ แม้จะไม่ได้ดั่งที่ใจคิด ทว่าด้วยหน้าตาอันหล่อเหลาตามธรรมชาติจึงรับได้กับผมทุกทรง หลินมู่อวี่คว้าหมวกเหล็กหนีบไว้ที่เอวพลางหันมายิ้ม “ท่านปู่เกอหยาง ข้าจะไปร่วมงานสังสรรค์เทศกาล ท่านเองก็ได้รับการเชิญชวน ไว้ข้าจะไปรอที่ตำหนักนะขอรับ!”
เกอหยางหัวเราะ “เจ้าไปเถิด ข้าแก่เกินจะไปแล้ว!”
…
หลินมู่อวี่ควบม้าไปโดยมีฉินเหยียนตามหลัง ฉินเหลียนเป็นถึงบุตรของเจ้าเมือง เขาจึงได้รับการเชิญชวนให้ไปร่วมงานด้วย ระหว่างทางเต็มไปด้วยความครึกครื้นของชาวเมืองหลันเยี่ยน ฉินหยินยิ้มพลางกล่าว “ท่านพี่ วิชากระบี่ดึงดูดที่แสดงให้ดูเมื่อครั้งก่อนข้ายังทำไม่ได้ หากมีเวลาว่างท่านพี่ช่วยสอนข้าด้วย!”
“อืม ไว้ถ้าข้าว่าง”
“ขอบคุณมากท่านพี่”
ฉินเหยียนยังคงเป็นคนคลั่งฝึกวิชาอยู่เช่นเคย ความหลงใหลในวิชายุทธ์ทำให้เขาเป็นรองเพียงหลินมู่อวี่เท่านั้นจากรุ่นเดียวกันในวิหารศักดิ์สิทธิ์ และดูเหมือนเขาคงจะตามทันเร็วๆ นี้ราวกับว่าเขาพร้อมบรรลุขอบเขตนภาขั้นหนึ่งตลอดเวลา การก้าวข้ามขอบเขตพลังยุทธ์ได้รวดเร็วทั้งที่อายุยังน้อย ช่างมีพรสวรรค์ยิ่งกว่าหลินมู่อวี่ เฟิงจี้สิง ฉินเหลย และยอดฝีมือคนอื่นๆ เสียอีก
ผู้คบคับค