จะพบว่ามีเจ้าหญิงมากมายส่งสายตาอาฆาตมองมาทางนี้อยู่ เพราะฉินอินคือหญิงงามอันดับหนึ่งแห่งหลันเยี่ยนทั้งยังเป็นผู้สืบทอดบัลลังก์ ทั้งฐานะและรูปร่างนั้นเกินกว่าผู้ใดจะเอื้อมถึง ไม่เพียงเท่านั้นหญิงงามอันดับหนึ่งนี้ยังมีใจเสน่หาแก่หนุ่มรูปงามอย่างหลินมู่อวี่ จึงไม่แปลกเลยหากพวกนางจะมองมาทางฉินอินด้วยสายตาแห่งความเกลียดและริษยา
ยังดีที่มีฉินจิ้นคอยช่วยเบี่ยงเบนสายตาพวกนั้น “อาอวี่ งานเลี้ยงจะเริ่มแล้ว เดี๋ยวเจ้ากับเสี่ยวอินตามข้ามา เมื่อเช้าข้าต้มซุปดอกบัวไว้ มันช่วยให้เลือดลมดีขึ้นและหายใจสะดวก ลองมาชิมดูเถิด!”
“ขอรับ!”
หลินมู่อวี่ตามฉินจิ้นและฮินอินไปยังอีกฝั่งหนึ่งของห้องโถงจนเป็นที่จับจ้องของแขกผู้ร่วมงาน ทว่านี่เป็นสิทธิอันชอบธรรมที่บุตรแห่งจักรพรรดิได้รับ ราวกับว่าฉินจิ้นต้องการประกาศให้ทุกคนได้รับรู้ว่าตนให้ความสำคัญกับบุตรชายเพียงใด ไม่ใช่เป็นเพียงบุตรในนามเท่านั้น
หลินมู่อวี่มองไม่ออกจริงๆ ว่าฉินจิ้นผู้นี้คิดอะไรอยู่…
…
ฝีมือปรุงอาหารของฉินจิ้นนั้นเป็นที่รู้กันว่ายอดเยี่ยม ชามซุปนั้นถูกจัดแต่งอย่างประณีตบวกกับกลิ่นหอมของดอกไม้ที่คละคลุ้งไปทั่ว
หลินมู่อวี่นั่งและค่อยๆ ลองจิบ “หวานมากเลยขอรับ”
ฉินจิ้นยิ้ม “เช่นนั้นก็กินอีกสิ”
“ขอรับเสด็จพ่อ”
หลังจากทานซุปไปสองชาม หลินมู่อวี่ก็เริ่มกังวล…เขาไม่อยากปวดฉี่ระหว่างงานเลี้ยง จึงพยายามไม่ทานมาก “เสด็จพ่อ ข้าอิ่มแล้วขอรับ…”
ฉินจิ้นยิ้มพล