คุ้มกันสองถึงสามคนก็พอ ข้าจะไม่ดื่มจนเมามาก”
“ได้หรือ?”
“เหตุใดเล่า? ข้าเป็นถึงผู้นำของวิหารแล้วตอนนี้”
“เช่นนั้นข้าขอสรุป! ช่วงบ่ายวันเทศกาลเจ้ากับข้าจะไปเข้าร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์ขององค์จักรพรรดิและเหล่าขุนนางในตำหนักเจ๋อเทียน ต่อเมื่อแล้วเสร็จเราจะไปฉลองกันต่อที่วิหารศักดิ์สิทธิ์ตอนเย็น”
“ได้เลย ข้าจะให้คนเตรียมห้องไว้ให้เจ้า”
“อืม!”
“อีกอย่างเสี่ยวซี…”
“หืม?” ถังเสี่ยวซีกระโดดลงจากโต๊ะพลางเงยหน้ามองหลินมู่อวี่ด้วยความสงสัย
“เรื่องที่ข้าใช้พลังมิติที่สี่เปิดช่องว่าง…เจ้าอย่าได้แพร่งพราย มิเช่นนั้นข้าอาจตกที่นั่งลำบาก”
“ทราบแล้ว เสี่ยวซีเป็นคนมีเหตุผล”
“ขอบใจเจ้ามาก ข้าคงต้องทำงานต่อ เชิญเจ้าเดินเล่นในวิหารไปพลางก่อนเถิด ต่อเมื่อแล้วเสร็ตข้าจะออกไปตามหา”
“อืม!”
…
ทันทีที่ถังเสี่ยวซีจากไป ทหารยามก็เข้ามารายงาน “ใต้เท้าหลิน มีคนอ้างว่ามาจากกลุ่มมังกรผงาดชื่อเฟิงสี่ขอเข้าพบ อนุญาตหรือไม่ขอรับ?”
“เฟิงสี่มารึ?”
หลินมู่อวี่ชะงักไปชั่วครู่ก่อนจะยิ้มตอบ “ให้เขาเข้ามา”
“ขอรับ!”
ไม่นานเฟิงสี่ในชุดทหารรับจ้างก็ปรากฏตัวกับตรารองผู้บัญชาการทหารรับจ้างมังกรผงาดบนออกเสื้อ “ท่านผู้บัญชาการคงทำงานหนักเลยสินะขอรับ ต้องตรวจตราเอกสารทุกวัน…น่าเบื่อแย่”
หลินมู่อวี่ลุกขึ้นยิ้ม “เฟิงสี่รึ? เข้ามาจิบชาก่อนเถิด”
“ข้าขอไม่รบกวนดีกว่าขอรับท่าน”
เฟิงสี่คำนับพลางนั่งลงเก้าอี้ถัดจากหลินมู่อวี่ “เหตุที่ข้ามาขอเ