ฉินจิ้นมองไปยังสองทหารใต้บังคับบัญชา หลินมู่อวี่และฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนซึ่งเป็นทหารองครักษ์อันดับต้นๆ เรื่องพละกำลังและความจงรักภักดีไม่เป็นที่กังขา อีกทั้งยังสามารถจัดการกับกลุ่มสารวัตรทหารไม่ให้ก่อความวุ่นวายได้ ตราบใดที่เซี่ยงอวี้ไม่อยู่…กลุ่มก็จะขาดผู้นำ และการกำจัดผู้บัญชาการกองพันทั้งหลายออกไป แล้วแต่งตั้งคนใหม่เข้ามา กลุ่มสารวัตรทหารก็จะถึงคราวเปลี่ยนมือผู้ดูแลเสียที
…
ดูเหมือนหลินมู่อวี่จะมองความคิดของฉินจิ้นออก เขายิ้มและประสานมือคำนับ “เสด็จพ่อ…ข้ามีพลังแข็งแกร่งมากก็จริง ทว่าท่านผู้นำเหล่ยหงก็เพิ่งแต่งตั้งให้ข้าเป็นหนึ่งในผู้นำวิหารศักดิ์สิทธิ์ บวกกับตำแหน่งผู้บัญชาการหน่วยองครักษ์อินทรีที่ข้ามีอยู่แล้ว ข้าเกรงว่าจะไม่มีความสามารถมากพอจะรับตำแหน่งสำคัญอย่างผู้นำสารวัตรทหารเพิ่มได้อีก ข้าจึงอยากกราบเรียนเสด็จพ่อให้ลองหาผู้อื่นแทนขอรับ”
ฉินจิ้นยิ้มพลางกล่าว “เช่นนั้นอาอวี่ เจ้าไม่จำเป็นต้องเป็นผู้บัญชาการ อย่างที่เสี่ยวอินเคยกล่าว…ตำแหน่งผู้บัญชาการสารวัตรทหารนั้นสำคัญมาก จึงต้องเป็นคนที่ข้าวางใจได้”
ถังเสี่ยวซียิ้ม “ข้าแต่ฝ่าพระบาท…พระองค์ทรงเชื่อพระทัยกระหม่อมหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”
ฉินจิ้นหลุดหัวเราะ “เสี่ยวซีเป็นหญิงสาว…กลุ่มสารวัตรทหารมีแต่พวกผู้ชายหยาบกระด้าง มันจึงเป็นการไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง ฉู๋ฮว๋ายเหมี่ยน เจ้าอยากเป็นผู้บัญชาการสารวัตรทหารหรือไม่?”
ฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนตกใจ เริ่มล