ังเลกับสิ่งที่ได้รับเสนอ
“เหตุใดจึงลังเลเช่นนั้นเล่า? เจ้าไม่ต้องการรึ?”
ฉินจิ้นประหลาดใจเล็กน้อย “เจ้ารู้หรือไม่…แม้กองสารวัตรทหารจะมีเพียงสองพันคน ทว่าก็มีอำนาจมากที่สุดในบรรดากองทัพทั้งหมดในจักรวรรดิ หากเจ้าได้เป็นผู้บัญชาการกลุ่มนี้สวัสดิการที่ได้รับจะเทียบเท่ากับแม่ทัพ ทั้งยังได้รับกองกำลังที่แข็งแกร่งกว่าหน่วยองครักษ์มังกรของเจ้าเสียอีก!”
ฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนมีสัท่าเคร่งเครียด มองจักรพรรดิพลางประสานมือคำนับและกล่าว “ขอกราบทูลฝ่าพระบาทพ่ะย่ะค่ะ ฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนอยากเป็นผู้บัญชาการ ทว่าไม่ใช่ของกลุ่มสารวัตรทหาร กระหม่อมอยากเป็นแม่ทัพที่ต่อสู้เพื่อองค์จักรพรรดิ หากพระองค์เชื่อพระทัยกระหม่อม ขอทรงโปรดประทานตำแหน่งผู้บัญชาการกองทัพเขาเหินให้แก่ฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนผู้นี้ด้วย หากพระองค์ทรงกรุณากระหม่อมจะขอดื่มเลือดสาบานโดยไม่ลังเลเลยพ่ะย่ะค่ะ!”
“โอ้?”
ฉินจิ้นหัวเราะก่อนจะกล่าวด้วยความโล่งใจ “ไม่มีปัญหา! การดูแลทหารกว่าสามหมื่นนั้นหนักเกินไปสำหรับเฟิงจี้สิง อีกทั้งกองทัพเขาเหินทั้งหนึ่งหมื่นเจ็ดพันนายก็เป็นถึงทหารชั้นยอด เช่นนั้น…ข้าขอแต่งตั้งให้ฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนเป็นผู้บัญชาการกองกำลังเขาเหินมีผลตั้งแต่บัดนี้ และให้ทำควบคู่ไปกับตำแหน่งผู้บัญชาการองครักษ์มังกร เจ้าเห็นด้วยหรือไม่?”
ฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนทำการคารวะอย่างมีความสุข “เป็นพระมหากรุณาธิคุณยิ่งพ่ะย่ะค่ะ!”
ฉินจิ้นลูบเคราของตนพลางยิ้มและเอ่ยขึ้น “ใ