นวันข้างหน้าเจ้าจำต้องซื่อสัตย์กับเสี่ยวอินให้มาก เพราะพวกเจ้าจะเป็นกำลังสำคัญของจักรวรรดิ”
“กระหม่อมน้อมรับคำบัญชาพ่ะย่ะค่ะ!”
ฉินอินเอ่ยขึ้นขึ้น “เสด็จพ่อ เรายังไม่ได้เลือกผู้บัญชาการกองสารวัตรทหารเลยนะเจ้าคะ!”
“จริงสิ…”
ฉินจิ้นเริ่มรู้สึกไม่สบายเล็กน้อย “มีคนที่ข้าเชื่อใจอยู่น้อยนัก…ผู้ที่กล้าหาญเพียงพอจะรับภาระอันหนักอึ้งนี้ เฟิงจี้สิงก็เป็นถึงผู้บัญชาการกององครักษ์สามหมื่นนาย มีหน้าที่คอยดูแลความสงบของเมืองหลวง ตามที่ฉินเหลยกล่าว…เขาเป็นคนซื่อตรงและเชื่อคนง่าย จึงไม่เหมาะกับตำแหน่งผู้บัญชาการกองสารวัตรทหาร เจ้ามีใครแนะนำอีกหรือไม่เสี่ยวอิน?”
ทุกคนต่างไม่คาดคิดว่าฉินอินจะเป็นหญิงที่กล้าหาญและน่านับถือเช่นนี้ นางยิ้มพลางกล่าวอย่างมั่นใจ “ลูกขอเสนอตัวรับตำแหน่งเจ้าค่ะ!”
“เจ้าว่ากระไรนะ?”
ฉินจิ้น หลินมู่อวี่ ฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนและคนอื่นๆ ต่างตกตะลึงไปตามกัน
“จะทำเช่นนั้นได้อย่างไร เจ้าเป็นถึงเจ้าหญิงแห่งอาณาจักร…”
“เหตุใดจึงไม่ได้เจ้าคะ?”
ฉินอินมองหน้าพ่อของตนพลางยิ้ม “เพราะข้าเป็นเจ้าหญิงข้าจึงควรรู้เรื่องของทหารอวี้หลินให้มากขึ้น สารวัตรทหารนั้นรับผิดชอบควบคุมกฎของทหารแห่งอาณาจักร ดังนั้นตำแหน่งใดมีหน้าที่ใกล้เคียงกับจักรพรรดินีเช่นผู้บัญชาการสารวัตรอีกเล่า? หากเสี่ยวอินต้องดูแลทหารองครักษ์อวี้หลินทั้งหมด…ก็ให้การรับตำแหน่งนี้เป็นก้าวแรกเถิด เสี่ยวอินโตแล้วนะเจ้าคะ…ไม่ใช่ฉินอินผู้อ่อ