นแออีกแล้ว”
ฉินจิ้นขมวดคิ้วลังเลอยู่ชั่วครู่ก่อนจะเงยหน้าถาม “อาอวี่ ฉู่ฮว๋ายเหมี่ยน กับผู้เฒ่าชวี พวกเจ้าคิดว่าอย่างไร?”
หลินมู่อวี่คำนับก่อนจะเอ่ย “การที่เสี่ยวอินเสนอตัวเองนั้นช่างน่าตกใจยิ่งขอรับ ทว่าเมื่อลองตริตรองเหตุผลให้ดี หากพระองค์ส่งองครักษ์มังกรที่เก่งกาจจำนวนหนึ่งเข้าไปรับตำแหน่งสำคัญในกองสารวัตรทหารหลังเสี่ยวอินได้ขึ้นเป็นผู้บัญชาการแล้ว คงช่วยให้นางควบคุมสารวัตรทหารรวมไปถึงกองทัพอวี้หลินทั้งอาณาจักรได้ง่ายขึ้น ส่วนเรื่องความปลอดภัย…ข้าจะส่งองครักษ์อินทรียี่สิบคนไปเป็นองครักษ์ส่วนพระองค์ของเสี่ยวอินให้ขอรับ”
ฉินจิ้นกล่าว “เสี่ยวอินเป็นทายาทผู้สืบทอดบัลลังก์ ข้าหวังว่าความปลอดภัยของนางต้องมาเป็นอันดับแรกและห้ามมีการผิดพลาดใดๆ เกิดขึ้นเด็ดขาด!”
ชวีฉูที่อยู่ด้านข้างคำนับพลางยิ้ม “องค์จักรพรรดิ กระหม่อมเห็นชอบให้เป็นเช่นนี้ดีกว่าพ่ะย่ะค่ะ…กระหม่อมจะคอยอารักขาพระองค์ในตำหนักเอง ดังนั้นพระองค์โปรดออกคำสั่งให้เหล่ยหงผู้นำแห่งวิหารศักดิ์สิทธิ์เข้ารับตำแหน่งรองผู้บัญชาการกองสารวัตรทหารเพื่อดูแลองค์หญิงฉินอิน ส่วนวิหารศักดิ์สิทธิ์…หากเกิดเรื่องอันใดขึ้นก็อาอวี่ผู้มากประสบการณ์ดูแลในฐานะใต้เท้าดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”
ฉินจิ้นหัวเราะ “ข้าเห็นชอบกับที่ผู้เฒ่าชวีกล่าว ทว่าด้วยอาอวี่ยังหนุ่มและไม่มีความอาวุโสมากพอ พ่อจึงแต่งตั้งให้เจ้าเป็นผู้นำไม่ได้ เช่นนั้นเจ้าจะสามารถทำหน้าที่ผู้นำใน