ฉินจิ้นเดินลงจากบัลลังก์อย่างเชื่องช้าโดยมีข้าหลวงสองนางคอยพยุงข้างกายขณะเดียวกันก็ไออย่างรุนแรง แทบดูไม่ออกเลยว่าชายชราผู้นี้และราชาผู้ส่องแสงจะเป็นคนเดียวกัน การตายของซูฉินหมายถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในเมืองหยาดสายัณห์ ซึ่งอาจทำผู้สนับสนุนฉินอินในภายภาคหน้าขาดหายไป นี่เป็นสิ่งที่ฉินจิ้นกังวลมาก
…
“เสี่ยวอิน เจ้าเป็นอะไรหรือไม่?” หลินมู่อวี่ก้าวไปด้านหน้าและมองไปที่ฉินอิน
ดวงตาคู่งามเปลี่ยนเป็นสีแดง ฉินอินกัดริ้มฝีปากแน่นก่อนจะกล่าวว่า “พี่อาอวี่ ท…ท่านลุงเสียชีวิตได้อย่างไร? เขาเป็นถึงแม่ทัพแห่งจักรวรรดิ…”
หลินมู่อวี่เงียบไปเล็กน้อยและกล่าวว่า “มีพบก็ต้องมีจาก เขาเพียงแค่สร้างความขุ่นเคืองแก่คนที่ไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยว”
“เซี่ยงอวี้?”
ดวงตาฉินอินเต็มไปด้วยจิตสังหาร “หากท่านลุงถูกเซี่ยงอวี้สังหารจริงๆ ข้าจะสาปแช่งให้เขาตายอย่างทรมาน!”
“อืม”
หลินมู่อวี่พยักหน้ารับ “ข้าเห็นด้วย!”
ชวีฉู่ด้านข้างพลันกล่าวขึ้น “อาอวี่ องค์หญิงอินทรงมีอารมณ์ที่ไม่มั่นคง เจ้าควรอยู่เคียงข้างองค์หญิงในสองวันนี้ ข้าจะปกป้องฝ่าบาทอยู่ในตำหนักเจ๋อเทียนเอง เจ้ากับเสี่ยวอินออกไปนอกตำหนักและพักผ่อนเถิด”
“ขอรับผู้อาวุโสฉู่”
“อืม เช่นนั้นข้าไปล่ะ ให้พวกเจ้าทั้งสองอยู่กันตามลำพัง”
…
หลังจากชวีฉู่พูดจบ ฉินอินก็หน้าแดงก่ำขณะเงยหน้ามองหลินมู่อวี่ ทว่าจากนั้นก็กัดริมฝีปากแน่นอีกครั้งเมื่อนึกถึงการตายที่น่าเศร้าของซูฉ