ยโฉวนำมา การเคลื่อนไหวบนหลังม้าทำให้ศรเศวตรมณีส่องแสงแพรวพราว
เหตุผลที่หลินมู่อวี่นำพลทหารเหล่านี้มาคุ้มกันฉินอินเนื่องจากพลังของศรเศวตรมณี มันสามารถจู่โจมศัตรูได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อผนึกกำลังกับหลินมู่อวี่และฉู๋ฮว๋ายเหมี่ยน แม้แต่ผู้ที่แข็งแกร่งอย่าเจิงอี้ฝานก็อาจต้องยอมจำนนต่อผู้มีพรสวรรค์เหล่านี้ อีกทั้งศรเศวตรมณีสามารถทะลวงเกราะปราณยุทธ์ได้ และเป็นศัตรูตัวฉกาจสำหรับขอบเขตปราชญ์!
เมื่อมาถึงลานล่าสัตว์ส่วนพระองค์ก็เป็นเวลาพลบค่ำ การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่นโดยไม่มีอุปสรรคใด
ค่ำคืนนั้นฉินอินและถังเสี่ยวซีถูกจัดให้พักในตำหนักของลานล่าสัตว์ แม้ว่าจะเรียกตำหนัก ทว่าแท้จริงแล้วเป็นเพียงปราสาทขนาดเล็ก กองทัพจักรวรรดิตั้งค่ายพักล้อมรอบตำหนัก เดิมทีตำหนักนี้มีผู้คุ้มกันอยู่แล้วสามร้อยนาย ตอนนี้จึงมีพลทหารทั้งสิ้นสองพันสี่ร้อยนายซึ่งมีความปลอดภัยยิ่งขึ้น
เมื่อหลินมู่อวี่อารักขาฉินอินและถังเสี่ยวซีเข้ามาในตำหนัก ผู้ดูแลตำหนักก็เข้ามาคารวะพร้อมคุกเข่าลงกับพื้น “กระหม่อมโจวถงถวายบังคมองค์หญิงอิน องค์หญิงซี และขอคารวะแม่ทัพหลิน แม่ทัพฉู่”
ฉินอินโบกมือ “อย่ามากพิธีไป ลุกขึ้นเถิด”
โจวถงรีบลุกขึ้นยืนและกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ตำหนักซินเหวินอยู่ในบริเวณลานล่าสัตว์ส่วนพระองค์ กระหม่อมได้สั่งให้คนรับใช้เตรียมอาหารค่ำเลิศรสไว้แล้ว องค์หญิงอินทรงพักผ่อนและเสวยพระกระยาหารพ่ะย่ะค่ะ”
“ขอบคุณ”
ฉินอินไม่รู้