งจี้สิงเจ้าคิดว่าอย่างไร?”
เฟิงจี้สิงประสานหมัด “ฝ่าบาท แม้ว่าอาอวี่จะมั่นใจว่าเป็นเซี่ยงอวี้ ทว่าเราก็ไม่มีหลักฐานใด หากเซี่ยงอวี้ปฏิเสธคำพูดของหลินมู่อวี่ เราจะทำอย่างไรพ่ะย่ะค่ะ? การลอบสังหารแม่ทัพซูฉินยังไม่ถูกเผยแพร่ออกไป เหล่าทหารจากสำนักอัศวินก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย และไม่สามารถติดตามได้ หากเราสอบสวนเซี่ยงอวี้ถึงเหตุการณ์ครานี้ อาจจะทำให้ชื่อเสียงเสียหายได้พ่ะย่ะค่ะ”
ทันใดนั้นฉินจิ้นก็ตบเก้าอี้และกล่าวอย่างแค้นเคือง “เช่นนั้นข้าจะต้องปล่อยให้เซี่ยงอวี้ฆ่าแม่ทัพของข้าเฉยๆ และทำอะไรไม่ได้อย่างนั้นหรือ?”
เฟิงจี้สิงพลันคุกเข่าลงกับพื้น “กระหม่อมมิได้หมายความเช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะ”
“ลุกขึ้นเถิด”
ฉินจิ้นพลันลูบหัวคิ้วและพูดว่า “ซูฉินเป็นท่านลุงของเสี่ยวอินและเป็นพี่ชายของจักรพรรดินีซูอวิ๋น การตายของซูฉินครานี้จะทำให้ทั้งแผ่นดินตื่นตระหนก เราจำเป็นต้องทำบางสิ่ง…อาวุโสฉู่ ท่านเป็นอาจารย์ขององค์หญิง ท่านคิดว่าควรทำอย่างไร?”
ชวีฉู่ประสานมือกล่าวว่า “ควรตรวจสอบการเคลื่อนไหวทั้งหมดของเซี่ยงอวี้ในช่วงสามวันที่ผ่านมาอย่างละเอียด อีกทั้ง…ส่งคนไปปลอบขวัญหยุนกง การสูญเสียลูกชายในวัยชราเช่นนี้ คงเป็นความเจ็บปวดแสนสาหัสพ่ะย่ะค่ะ”
ฉินจิ้นพยักหน้ารับ “เฟิงจี้สิง ข้ามอบสิทธิ์ให้เจ้าใช้อำนาจสั่งการทหารอวี้หลินในการตรวจสอบเซี่ยงอวี้ ฉินเหลยเตรียมของบรรณาการและราชโองการไปที่เมืองหยาดสายัณห์เพื่อปลอบขวั