หลินมู่อวี่เป็นผู้ชายตัวโต เนื่องจากออกไปกินข้าวทั้งที เขาก็ต้องกินเนื้อ หลินมู่อวี่จึงชวนฉู่เหยาไปกินเนื้อโต๊ะใหญ่ เขามีเงินมากพอ จึงสั่งเนื้อแกะ เนื้อวัว และอีกมากมาย ขณะที่ฉู่เหยาเป็นเด็กสาวหน้าตาดีผู้ขยันขันแข็งและมัธยัสถ์ นางจึงรู้สึกเสียดายอาหารเหล่านี้ ฉู่เหยาขอให้หลินมู่อวี่กินเนื้อเหล่านี้ทันทีที่มันถูกนำมาวางบนโต๊ะ จากนั้นทั้งคู่ก็กินอาหารบนโต๊ะจนหมด ก่อนจะเดินออกจากร้านพร้อมเอามือค้ำกำแพงเนื่องจากกินเยอะเกินไป
เมื่อกลับมายังสมาพันธ์โอสถ พวกเขาก็เดินเล่นบนทางเดินนอกโรงเพาะปลูก
…
สายลมพัดอ่อนโยน ดูเหมือนว่าในเมืองหลันเยี่ยนจะเป็นฤดูใบไม้ผลิแล้ว ทว่าในป่าล่ามังกรยังคงเป็นฤดูหนาว
สายลมพัดผมฉู่เหยาปลิวไสว ขณะที่เธอจับผมแผ่วเบาและเอนตัวลงกับขอนไม้ นางหันมองไปที่หลินมู่อวี่และเอ่ยถาม “อาอวี่ ขณะที่เจ้าและฉินอินไปเมืองหยาดสายัณห์ ระหว่างทาง…เกิดอะไรขึ้นหรือไม่?”
หลินมู่อวี่ตกใจ “ไม่ ไม่มีอะไรนอกจากถูกไล่ล่าและตามฆ่า”
ฉู่เหยาเม้มริมฝีปากและพูดว่า “พี่ชายถามข้าเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา…ถามว่าข้าชอบเจ้าหรือไม่ และถามว่าข้าไม่เคยคิดเรื่องแต่งงานหรือ…”
“หือ?”
หลินมู่อวี่รู้สึกสับสนเล็กน้อยและพูดไม่ออก
ฉู่เหยายิ้ม “ท่านปู่เชี่ยวชาญในการปรุงโอสถมาตลอดชีวิต และท้ายที่สุดก็ได้เป็นเพียงปรมาจารย์โอสถ ขณะที่ข้าได้เป็นปราชญ์โอสถแล้ว
“เช่นนั้นแล้ว…?” หลินมู่อวี่ถาม
ฉู่เหยามองลึกเข้าไปในดวงตาหลิ