ฉู่เหยาเดินไปดึงกระบี่ดอกหลีฮวาจากพื้น ส่วนหลินมู่อวี่หัวเราะลั่น “ดูเหมือนว่าเจ้าจะทำลายข้าวของไปมาก…กว่าจะฝึกเกลียวเพลิงได้”
ฉู่เหยาแลบลิ้นออกมา “กำแพงหินสามที่ก็เท่านั้น…”
“ฮ่าๆๆ”
หลินมู่อวี่อดไม่ได้ที่จะหัวเราะ “ความจริงแม้ว่าเกลียวเพลิงจะทรงพลัง ตราบใดที่พี่ฉู่เหยาระมัดระวังในการบังคับทิศทาง ก็จะสามารถประคองกระบี่ได้”
“อืม ข้าจะฝึกฝนให้หนักขึ้น!”
ฉู่เหยาก้าวไปด้านหน้าและจับแขนหลินมู่อวี่ “พลังยุทธ์ของอาอวี่ล้ำลึกมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่แปลกใจเลยที่พี่ชายบอกว่าพลังยุทธ์ของอาอวี่สูงกว่าเขาแล้ว!”
“โอ้ พี่ฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนพูดเช่นนั้นหรือ? เขาถ่อมตนเกินไป!”
“ไม่ ไม่ใช่ ทุกคนในจักรวรรดิต่างก็รู้ว่าเจ้าเป็นผู้ชนะในการประลองยุทธ์ เจ้าต่างหากที่ไม่ควรถ่อมตน!”
“ฮ่าๆ ไม่ล่ะ! พี่ฉู่เหยา ไปทานอาหารกลางวันกับข้าเถิด ออกไปหาของอร่อยกินกัน!”
“อื้ม!”
จากนั้น ณ ลานกว้างที่พักฉู่เหยา หลินมู่อวี่จึงให้คำแนะนำเกี่ยวกับการฝึกวิทยายุทธ์แก่นางอีกครั้ง ฉู่เหยาเป็นผู้มีพรสวรรค์โดยกำเนิด การได้หลินมู่อวี่และฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนเป็นอาจารย์จะทำให้ผลลัพธ์การฝึกฝนเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า!
เมื่อถึงเวลาเที่ยงวัน ทั้งคู่ก็ออกไปทานอาหารด้วยกัน
ทางเดินยาวของสมาพันธ์โอสถเต็มไปด้วยดอกไม้พืชพรรณซึ่งโรแมนแตกมาก ต่างจากความรู้สึกโอ่อ่าในวิหารศักดิ์สิทธิ์ ฉู่เหยาและหลินมู่อวี่เดินเคียงข้างกันและพูดคุยอย่างมีความสุข ราวกับกำลังเติมเต็ม