ว้
…
ถังเสี่ยวซีที่ไม่ได้เผชิญกับการลอบสังหารด้วยตนเอง จึงนั่งจิบชาและฟังทั้งสามคุยกันถึงเหตุการณ์ ณ แม่น้ำต้าวเจียงอย่างเงียบๆ พร้อมกับหมาป่าวาโยของฉินอินที่กระดิกหางออดอ้อนเสี่ยวซีอยู่ข้างๆ หลินมู่อวี่เมื่อเห็นก็อดรู้สึกรำคาญไม่ได้ หมาป่าตัวนี้ชอบเอาอกเอาใจหญิงงามนัก!
“อาอวี่ นอกจากพลังมืดและทักษะดาบอันไร้เทียมทานแล้ว มันมีลักษณะอย่างอื่นอีกหรือไม่?” ชวีฉูถาม
“อย่างอื่น…”
หลินมู่อวี่พยามยามนึก “อ้อ ทุกครั้งที่มันโจมตี ดวงตาจะเปลี่ยนเป็นสีแดงราวกับสีของพระอาทิตย์ตกดิน”
ชวีฉูร่างกายเริ่มสั่นเทิ้ม “มีอีกหรือไม่?”
“นอกจากนิสัยหยิ่งผยองคอยดูถูกข้าและฉินอินก็ไม่สิ่งใดแล้วขอรับ”
“…”
“อีกอย่าง ระหว่างที่พวกข้าอยู่ที่วัด ข้าพบบางสิ่งคล้ายไม้บรรทัดเหล็ก ชายผู้นั้นตั้งใจเข้ามาแย่งชิงมัน และบอกว่ามันคืออุปกรณ์ศักดิ์สิทธิ์”
“จริงหรือ?” ชวีฉูเบิกตากว้าง “แล้วตอนนี้แท่งโลหะนั้นอยู่ที่ใด?”
“ข้าหลอมมันไปแล้ว…” หลินมู่อวี่ตอบอย่างละอาย “ในตอนนั้นมังกรเกราะน้ำแข็งหลายพันตัวจากแม่น้ำต้าวเจียงเข้าจู่โจมข้ากับชายปริศนาพร้อมกัน ข้าถูกกัดเข้าที่แขนซ้าย เพื่อที่จะเอาชีวิตรอดจึงจำเป็นต้องตัดมันทิ้ง หลังจากนั้นข้าสัมผัสได้ถึงพลังงานชีวิตที่ไหลเวียนอยู่ในแท่งโลหะ จึงลองหลอมมันเพื่อสร้างคาดซ้ายขึ้นมาใหม่…”
“อะไรนะ!?”
ถังเสี่ยวซีวางแก้วชาและรีบตรงไปยังแขนของหลินมู่อวี่ทันที “มู่มู่ เจ้าเคยแขนขาดรึ?”
“อืม” หลิ