ยามดึกสงัด แสงจันทร์นวลสาดส่องทั่วบริเวณ
หลินมู่อวี่ในชุดคลุมสีขาวของวิหารนั่งพิงกับราวหินด้านนอกโถงจวนผู้ว่าการขณะที่กอดกระบี่วิญญาณมังกรไว้ในอ้อมแขน ฉินอินเข้าสู่นิทราไปแล้ว ทว่าหลินมู่อวี่ยังคงเฝ้าอยู่หน้าห้อง จางเหว่ยด้านข้างจุดยาสูบก่อนจะหัวเราะ “หลินมู่อวี่ ต้องการสูบหรือไม่?”
“ไม่ล่ะ เจ้าสูบไปเถิด”
“เจ้ามีบางสิ่งในใจหรือ?”
“ช่างเถิด…”
“ฮ่าๆ…” จางเหว่ยยิ้มและพูดว่า “น้องชาย เจ้าเป็นถึงครูฝึกดาวทองในวิหารศักดิ์สิทธิ์ ท่านเหล่ยหงดูแลเจ้าในทุกเรื่อง ขณะที่ในตำหนักเจ๋อเทียนเจ้าก็เป็นถึงราชบุตรบุญธรรมขององค์จักรพรรดิ องค์หญิงอินคงชื่นชอบเจ้ามาก แม้แต่คนหยาบกระด้างเช่นข้าก็ดูออก อีกทั้งพลังยุทธ์ของเจ้าช่างลึกล้ำยิ่งนัก ข้าไม่เข้าใจสักนิดว่าเจ้ามีสิ่งใดให้กังวลอีก หรือว่าจะ…เกี่ยวกับการอภิเษกกับองค์หญิงอินใช่หรือไม่? หากเป็นเช่นนั้น…ฮ่าๆ องค์หญิงอินเป็นรัชทายาทพระองค์เดียว มีชายหนุ่มมากมายต้องการอภิเษกกับพระองค์ ทว่า…ก็มีไม่กี่คนที่จะมีคุณสมบัติเพียงพอ สำหรับคนธรรมดาคงเป็นเรื่องยาก”
หลินมู่อวี่ตอบกลับ “เฒ่าจางคิดเรื่องบ้าอะไร ข้ามิเคยนึกถึงเรื่องนั้นเลย”
“เจ้ารักองค์หญิงอินหรือไม่?” จู่ๆ จางเหว่ยก็ถามขึ้นด้วยรอยยิ้ม
“ข้า…”
หลินมู่อวี่ตะลึงขณะที่เอื้อมมือไปคว้าหิมะมาและปั้นมันเป็นก้อน เขาขว้างออกไปอย่างแรงและพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “รัก…”
“ฮ่าๆๆ…”
จางเหว่ยหัวเราะลั่น “พวกคนหนุ่มสาวนี่