ปากแข็งยิ่งนัก รักก็คือรัก เหตุใดต้องอายด้วย หากเจ้ารักองค์หญิงอิน เช่นนั้นก็ทุ่มเทเพื่อพระองค์ซะ แล้วเจ้าจะได้อยู่เคียงข้างพระองค์ในภายภาคหน้า ทว่าสิ่งสำคัญคือเจ้าไม่สามารถทำให้ซูฉินและองค์จักรพรรดิขุ่นเคืองได้อีกต่อไป เจ้าควรรู้เรื่องนี้ดีกว่าเฒ่าจางใช่หรือไม่?”
“ข้ารู้”
หลินมู่อวี่ยิ้มจางๆ “เฒ่าจาง สาเหตุที่ข้าหนักใจมิใช่เพราะเสี่ยวอินหรอก ระหว่างข้ากับเสี่ยวอินกำลังไปได้ด้วยดี อีกทั้งยังสามารถเจอหน้ากันทุกวัน คงไม่มีสิ่งใดให้กังวล”
“เช่นนั้นด้วยเหตุอันใด?”
“เป็นเพราะครอบครัวหลงเซียนหลิน”
“โอ้?”
จางเหว่ยยืนขึ้นและกล่าวอย่างเคร่งขรึม “ข้ารู้ว่าเจ้าและหลงเซียนหลินมีมิตรภาพที่ดีให้แก่กันเล็กน้อย ทว่า…เจ้ามิควรสับสน หลงเซียนหลินขณะนี้กลายเป็นกบฏแห่งจักรวรรดิ และครอบครัวของเขาจะมีความผิดข้อหาเดียวกัน หากเจ้าช่วยเหลือครอบครัวหลงเซียนหลิน และเมื่อเรื่องนี้ถึงหูฝ่าบาทละก็…ข้าเกรงว่าเจิ้งอี้ฝานจะเป็นมาจัดการเจ้า”
“ข้ารู้”
หลินมู่อวี่เงยหน้ามองแสงจันทร์นวลและกล่าวว่า “แต่หลงเซียนหลินเชื่อใจข้ามากและยังมอบกองทหารค่ายเขาเหินหนึ่งหมื่นเจ็ดพันให้ข้า หากข้าช่วยชีวิตภรรยาเขาไว้ไม่ได้ คนทั้งแผ่นดินจะคิดกับข้าอย่างไร?”
จางเหว่ยตัวสั่นเล็กน้อย “หากเจ้าตั้งใจจะช่วยภรรยาของหลงเซียนหลินจริง เช่นนั้นข้าจางเหว่ยจะไปกับเจ้าด้วย!”
“จะช่วยนางได้อย่างไร?” หลินมู่อวี่เอ่ยถาม
จางเหว่ยหรี่ตาลงและกล่าวด้วยรอยย