งค์ไม่ได้ทำสิ่งใดผิดต่อข้าเลย” หลินมู่อวี่ประสานกำปั้นด้วยสองมือและคำนับ “ท่านแม่ทัพ สิ่งใดที่ข้าได้กระทำไปก่อนหน้านี้ ช่วยอภัยให้ข้าด้วยเถิด!”
“ข้าทราบแล้วอาอวี่ ตอนนั้นเป็นข้าเองที่อารมณ์ร้อน ในเมื่อเราเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว อย่าพูดให้มากความ มาร่วมดื่มกินด้วยกันให้เหมือนไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นเถิด”
“ขอรับ!”
ซูฉินซดไวน์รสหวานเข้าปากก่อนจะวางแก้วลงและกล่าวแก่ฉินอิน “เสี่ยวอิน กลับไปเมืองหลันเยี่ยนครานี้ลุงจะไม่ไปพบจักรพรรดิมือเปล่าแน่นอน!”
“ท่านลุงเตรียมสิ่งใดไปให้เสด็จพ่อด้วยหรือเจ้าคะ?”
“ถูกต้อง”
ซูฉินหัวเราะเบาๆ “เจ้าอยากเห็นหรือไม่?”
“อยากเห็นเจ้าค่ะ รีบเอามาให้ข้าดูเร็ว”
“ได้เลย!”
ซูฉินดีดนิ้วพลางตะโกนเรียก “แม่ทัพจางซ่านทงนำของขวัญออกมา!”
“ขอรับ!”
ไม่นานจางซ่านทงก็เดินออกมาพร้อมกับกล่องสีเงินในมือและยื่นมันให้กับฉินอิน “นี่เป็นของขวัญจากท่านแม่ทัพถึงองค์จักรพรรดิขอรับ”
“เปิดดูสิ”
“เจ้าค่ะ!”
ขณะที่ฉินอินเปิดกล่องดู นางก็กรีดร้องลั่นด้วยความตกใจโผเข้ากอดหลินมู่อวี่ทันที หลินมู่อวี่โอบกอดนางไว้ดว้ยแขนขาเดียว พลางชะเง้อมองสิ่งที่อยู่ด้านในกล่องก่อนจะพบว่ามันเป็นหัวโชกเลือดของใครบางคน! สภาพศีรษะมนุษย์นั้นเต็มไปด้วยคราบเลือดแข็งตัว ดวงตายังคงเบิกกว้างราวกับยังมีชีวิต นี่มันหัวของหูเถี่ยหนิง!
หลินมู่อวี่ใจสั่นระรัวรีบใช้มือปิดฝากล่องโดยไว ก่อนจะหันมากระชับฉินอินไว้ในอ้อมกอด “ท่านแม่ท