ณ เมืองห้าหุบเขา สายลมเย็นพัดผ่านใบไม้แห้งปลิวไปทั่วเมืองจนทหารยามสองคนยืนสั่นเทาด้วยความหนาว
“จ้างซานเอ้อ เจ้าคิดว่านั่นคืออะไร?”
“สิ่งใดกัน?”
“สุดปลายถนนที่มีควันโขมงอยู่ เจ้าได้ยินเสียงพื้นสั่นสะเทือนนี่หรือไม่?”
“ข้าได้ยิน…พระเจ้า นั่นมันทัพทหารม้า!”
สองทหารยามมองออกไปด้านนอกกำแพงด้วยสีหน้าไม่สู้ดีเมื่อเห็นชายคนหนึ่งสวมชุดศึกควบม้ามา “ปิดประตูเมืองและเตรียมการตั้งรับ! จากนี้ไปอย่าให้ใครเข้าออกเมืองห้าหุบเขา! ลั่นกลองรบเตือนศัตรูกำลังใกล้เข้ามา!”
…
“ตึง…ตึง…ตึง…”
เสียงลั่นกลองรบสนั่นไปทั่วเมืองห้าหุบเขา หูเถี่ยหนิงนั่งอยู่ในจวนผู้ว่าการด้วยท่าทีวิตกกังวลพลางขมวดคิ้วกล่าว “เหตุใดกัน…เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ไปได้…หลงเซียนหลินอยู่ที่ไหน?” ทหารค่ายเขาเหินไปไหนกันหมดยามที่ข้าต้องการที่สุด!”
ทหารเกษียณอายุนายหนึ่งที่ยืนอยู่ด้านข้างคำนับพลันเอ่ยขึ้น “ท่านผู้ว่า แม่ทัพหลงเซียนหลินนำทัพเขาเหินไปยังเมืองหน้าด่านชางหนานพื่อฝึกตามคำสั่งของท่านมิใช่หรือขอรับ?”
“ท่านสวี่ เช่นนั้นลองตอบข้ามาว่าข้าควรทำอย่างไร?” หูเถี่ยหนิงสับสน
สวี่สงบสติอารมณ์และถอนหายใจ “หากซูฉินกล้านำทัพบุกมายังเมืองห้าหุบเขาเช่นนี้แสดงว่าข่าวเรื่องการฟอกเงินของเรารู้ถึงหูองค์จักรพรรดิแล้วเป็นแน่ มิเช่นนั้นคงไม่คิดก่อเหตุประทุษร้ายขุนนางได้ ทว่าหากเราส่งกองทหารออกไปก็เท่ากับต่อต้านจักรวรรดิเช่นกัน ข้าจึงอยากแนะนำว่าให้อยู่ในเมื