ทั้งสองขี่ม้าตามถนนอวิ้นจงสายเก่าข้ามวันข้ามคืน กระทั่งมองเห็นเมืองหน้าด่านชางหนานจากระยะไกลช่วงบ่ายของวันถัดไป
…
“ท่านแม่ทัพ”
นายพลประสานมือและกล่าวว่า “เมืองหน้าด่าน เป็นศูนย์กลางการคมนาคมระหว่างมณฑลอวิ้นจงและถนนสายเก่า ซึ่งมีการป้องกันที่แน่นหนาและโจมตีได้ยาก พวกเราแข็งแกร่งและมีกำลังพลมากมาย ข้าเกรงว่าข่าวที่หลงเซียนหลินได้รับมาจะเป็นข่าวเก่า”
“อืม เข้ามากับข้าสักครู่”
“ขอรับ!”
นายพลอีกนายพูดด้วยน้ำเสียงกังวล “หากหลงเซียนหลินกลายเป็นกบฏ ท่านแม่ทัพมิควรเข้าไปในกำแพง มันอันตรายเกินไป จะปล่อยให้ท่านแม่ทัพบาดเจ็บได้อย่างไร?”
“วางใจเถิด” หลินมู่อวี่ชักกระบี่วิญญาณมังกรออกมาและพูดด้วยรอยยิ้ม “เจ้าตั้งค่ายพักด้านนอกซะ ข้าจะเข้าไปคนเดียว”
“ไม่ขอรับ…ข้าจะไปกับท่านแม่ทัพ และสู้จนตัวตายไปด้วยกัน ข้ามิใช่คนเห็นแก่ตัวหรือเกรงกลัวต่อความตาย!”
หลินมู่อวี่พยักหน้าอย่างชื่นชม “เอาล่ะ ท่านนายพลทั้งสามจะเข้าไปกับข้าเพื่อแสดงความจริงใจ!”
“ขอรับ!”
…
เมืองหน้าด่านชางหนานตั้งอยู่ระหว่างสามยอดเขาที่มีความสูงราวสิบเมตรและมีกำแพงรายรอบทั้งหมด ตัวกำแพงทำจากก้อนหินขนาดใหญ่พร้อมปกคลุมด้วยเถาวัลย์แห้ง และมีธงปลิวไสวอยู่ทางเหนือซึ่งเป็นธงของหลงเซียนหลิน และมีรูป ‘มังกร’ ขนาดใหญ่อยู่ตรงกลาง
หลินมู่อวี่เดินเข้าไปในเมืองอย่างเชื่องช้าพร้อมกับนายพลยศสูงทั้งสาม หนึ่งในนั้นตะโกนออกไปเสียงดัง “แม่ทัพองครักษ์ทางใต้ห