ต่น้อย ทันใดนั้นโคจรพลังคัมภีร์ปะสานฟ้า
“อา!”
ชั่วขณะหนึ่ง รอบด้านก็พลันเต็มไปเสียงกรีดร้องอันน่าเวทนาของพระอัครมเหสีเซียว
ภายนอกตำหนักคุนหนิง องค์รัชทายาทหลงซิงพลันรู้สึกถึงสิ่งผิดแผก
“เสด็จแม่ยังมิออกจากการปิดด่านหรือ?”
เมื่อสิ้นเสียงถาม เหล่าผู้บัญชาการกองทัพทั้งห้าที่เฝ้าหน้าตำหนักต่างส่ายศีรษะพร้อมกัน แล้วกราบทูลว่า “กราบทูลองค์ชาย ข้าน้อยไม่ทราบ บางทีอาจยังต้องใช้เวลาอีกสักระยะกระมัง”
ยังต้องใช้เวลาอีกหรือ?”
“บัดนี้ทั้งภายในและภายนอกนครหลวงเทียนอู๋กำลังโกลาหล ขุนนางทั้งปวงกับกรมพระนครบาลและกองทัพทั้งห้าต่างเปิดศึกกันทั่ว นี่แหละคือเวลาที่เสด็จแม่จำต้องออกมาจัดการด้วยพระองค์เองแล้ว”
องค์รัชทายาทหลงซิงแสดงสีหน้ามิพอใจ “ก่อนหน้านี้ก็ว่าใช้เวลา บัดนี้ก็ยังจะว่าใช้เวลาอีก เวลานี้มันจะต้องถึงเมื่อใด? เสด็จแม่ช่างเลอะเลือนนัก!”
แม้จะกล่าวเช่นนั้น แต่ก็ไม่กล้าบุกเข้าไปในตำหนักคุนหนิง ได้เพียงมองความสั่นสะเทือนภายในที่ทวีรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ คล้ายยังมีเสียงบางอย่างเล็ดลอดออกมา แต่กลับฟังมิชัด จึงทำได้เพียงขมวดคิ้ว สุดท้ายสะบัดแขนเสื้อหันหลังจากไป เหลือเพียงตำหนักคุนหนิงที่สั่นไหวเล็กน้อย
ภายในท้องพระโรงที่มืดมิด
แสงแห่งวิชาเทพที่เคยเอ่อท้นพลันดับวูบ การปะทะกันอย่างรุนแรงก็ได้สิ้นสุดลง เหลือเพียงเสียงลมหายใจที่หนักอึ้งสองสายดังสะท้อนไปมาในท้องพระโรงใหญ่
พระอัครมเหสีเซียวดวงตาทั้งสองข้างปิ