สองครั้งแล้ว ทว่าเขากลับทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อนเพิกเฉยต่อคำสั่ง ทั้งยังไม่จ่ายภาษีให้แก่จักรวรรดิมากว่าสองปีแล้ว…”
ซูฉินลุกขึ้นกล่าว “เห็นใได้ชัดว่าหูเถี่ยหนิงคิดเป็นกบฏ ครานี้องค์จักรพรรดิถึงกับต้องลงพระปรมาภิไธยออกคำสั่งด้วยตนเอง ข้าอยากจะรู้นักว่าไอ้แก่นั่นจะทำอย่างไรต่อ”
ซูมู่หยุนขมวดคิ้ว “เราต้องรีบจบเรื่องนี้โดยเร็ว อาฉิน…เจ้าจงออกคำสั่งให้กองทัพเขี้ยวกระบี่ออกจากเมืองหยาดสายัณห์ทันที และตามด้วยกองทัพฉินหลงของซูอวี่ เราต้องไปมณฑลชางหนานอย่างเงียบเชียบและรวดเร็ว และเข้าสู่เมืองห้าหุบเข้าให้ได้ภายในสามวัน ทำการสลายกองทัพของมณฑลชางหนานให้สิ้นตามคำสั่งของจักรพรรดิ!”
ซูฉินพยักหน้า “ขอรับท่านพ่อ ข้าจะทำตาม แต่…”
“สิ่งใดหรือเจ้าคะท่านลุง?” ฉินอินเอ่ยถาม
ซูฉินตอบ “ตามคำสั่งของพ่อเจ้าให้ข้ามอบกองกำลังห้าหมื่นนายให้อาอวี่ดูแล ด้วยความที่พวกนั้นค่อนข้างป่าเถื่อน ข้าจึงเกรงว่ามือใหม่อย่างอาอวี่อาจรับมือได้ยาก!”
ฉินอินไม่คาดคิดว่าซูฉินจะตอบเช่นนี้ ทว่าหากคิดให้ดีสิ่งที่เขาพูดก็สมเหตุสมผล
หลินมู่อวี่ยังคงนิ่งเงียบ ทว่าในใจกำลังคิดบางสิ่งอยู่ การที่ฉินจิ้นสั่งให้กองกำลังหยาดสายัณห์เข้าปราบปรามการก่อกบฏในชางหนาน ทั้งยังให้แยกทหารออกเป็นสองส่วน นับได้ว่าเป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว เพราะดูเหมือนฉินจิ้นจะไม่ได้เชื่อใจซูมุหยุน ซูฉินและบุตรชายของเขาเท่าใดนัก
ศึกชิงอำนาจนั้นช่างซับซ้อน หลินมู่