าเลย…ข้าค่อนข้างกังวล”
“อืม ข้าจะระวังตัว”
ทั้งสองเดินทางต่อก็พบสัตว์วิญญาณที่ออกมาหาอาหารกินเท่านั้นเช่น พยัคฆ์เปลวเพลิงอายุกว่าเจ็ดพันปี กิ้งก่าน้ำแข็งอายุแปดพันสี่ร้อยปี เป็นเรื่องแปลกมาก…มิใช่ว่ากิ้งก่าจำศีลในฤดูหนาวหรือ? กิ้งก่าตัวนี้ขยับเท้าหนักเดินไปรอบภูเขา หลินมู่อวี่และฉินอินเห็นมันกลืนหมูสุกรไพรวันอายุหนึ่งร้อยยี่สิบปีในคำเดียว!
เจ้าสุกรไพรวันที่น่าสงสาร บุกเข้าไปในพื้นที่ที่ไม่ควร จึงเป็นการรนหาที่ตาย
…
ขณะนี้เป็นเวลาเกือบเที่ยงวันซึ่งถึงเวลาที่ต้องหยุดพัก ฉินอินพลันชี้ไปที่ภูเขาเบื้องหน้าและพูดว่า “อาอวี่มีวัดอยู่ที่นั่นด้วย เราควรไปดูหรือไม่?”
หลินมู่อวี่มองตาม “วัดถูกทิ้งร้างนานแล้ว คงเป็นเพียงอารยธรรมในอดีต…”
“ข้าเพียงสงสัย…”
“อืม…” หลินมู่อวี่อดไม่ได้ที่จะยิ้ม “แค่ดูเท่านั้น”
“ah. “
“อื้อ!”
ทั้งสองปีนขึ้นบนภูเขาจนมาก็ถึงวัดที่ไม่ทราบว่าถูกทิ้งร้างมานานเพียงใด บริเวณด้านหน้ากลายเป็นซากปรักหักพังและปกคลุมไปด้วยใบไม้ ทว่ายังคงเหลืออิฐและกระเบื้องอยู่บ้าง อีกทั้งมีรูปปั้นสัมฤทธิ์เก่าแก่ตั้งตระหง่านท่ามกลางซากเหล่านี้ เป็นพระพุทธรูปปางห้ามญาติปกคลุมไปด้วยคราบเกรอะ ขณะที่เศียรผุกร่อนเกือบหมด
หลินมู่อวี่ยื่นมือออกไปสัมผัสแผ่วเบา ทันใดนั้นมือของพระพุทธรูปก็ร่วงลงพื้นโคลนอย่างรวดเร็ว
“โอ้ มันถูกปล่อยร้างมานานเพียงใดจึงเปราะบางเช่นนี้?”
หลินมู่อวี่สะดุ้งเล็กน้อยและตอบว่า “อย