่างน้อยคงสองพันปี…”
“ไม่ใช่…”
ฉินอินเช็ดคราบบนฐานพระพุทธรูปและกล่าวว่า “อย่างน้อยสามหมื่นปี…”
“เหตุใดเสี่ยวอินจึงมั่นใจ?”
“เนื่องจากสิ่งนี้…” ฉินอินชี้ไปที่ตัวหนังสือบนฐานซึ่งหลินมู่อวี่อ่านไม่เข้าใจ ฉินอินพูดต่อว่า “ชื่อของพระพุทธรูปโบราณองค์นี้คือ ‘พระพุทธเจ้าซวนจี่’ ทว่าตัวหนังสือบนฐานสลักว่า ‘พระพุทธเจ้าซวนหนาน’ เสด็จพ่อเคยให้เสี่ยวอินศึกษาพระคัมภีร์ทางพุทธศาสนา จึงรู้ว่าผู้คนบนทวีปนี้ศรัทธาต่อพระพุทธเจ้าทั้งเก้าพระองค์ และซวนหนานเป็นหนึ่งในนั้น ทว่าถูกเปลี่ยนชื่อให้เป็น ‘พระพุทธเจ้าซวนจี่’ ในช่วงสงครามเมื่อสามหมื่นปีก่อน ดังนั้นคนส่วนใหญ่ในปัจจุบันจึงรู้จักแต่ชื่อพระพุทธรูปซวนจี่ มิใช่พระพุทธรูปซวนหนาน…”
“เป็นเช่นนี้เอง…” หลินมู่อวี่แอบถอนหายใจ พุทธศาสนาที่นี่แตกต่างจากโลกเดิมอย่างสิ้นเชิง!
ฉินอินคุกเข่าลงตรงหน้าพระพุทธรูป หลังจากสวดมนต์สักพักก็กล่าวด้วยรอยยิ้ม “แม้ว่าจักรวรรดิและราชวงศ์บนแผ่นดินใหญ่จะเปลี่ยนแปลงเสมอ ทว่าความเชื่อมิเคยเปลี่ยนไป พวกเขายังคงนับถือพระพุทธเจ้าทั้งเก้าตลอดมา พี่อาอวี่ไปกันเถิด ที่นี่ไม่ใช่สถานที่ที่ควรอยู่นานเกินไป เนื่องจากเป็นวัดร้างที่ถูกทิ้งมาหลายหมื่นปี ใครจะรู้ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง…”
“อืม”
หลินมู่อวี่พยักหน้ารับ ทว่าขณะกำลังจะเดินออกไป ทันใดนั้น! หัวใจของเขาก็เต้นผิดปกติ ทักษะชีพจรวิญญาณตรวจจับได้ถึงคลื่นระลอกหนึ่ง ดูเหมือนว่าจะเป็นพลังงาน