เช้าวันรุ่งขึ้นฝนที่ตกหนักก็สงบลง
มีฉากแปลกประหลาดเกิดขึ้นบนถนนอวิ้นจงสายเก่า ชายหนุ่มรูปงามขี่ม้าเคียงข้างเด็กสาวผู้เลอโฉม ทว่านางผู้นี้ขี่ม้าถอยหลัง!
“สนุกมากเลย…”
ฉินอินหัวเราะอย่างอ่อนโยนขณะที่ถือม้วนคัมภีร์ทักษะเชื่อมจิตในมือ มือขาวราวกับหิมะวางอยู่บนหัวม้าอย่างเบามือพร้อมกล่าวด้วยรอยยิ้ม “พี่อาอวี่ เดาได้หรือไม่ว่าม้าตัวนี้กำลังคิดสิ่งใดอยู่?”
“มันคงกำลังคิดถึงหญ้าสดหรือหญ้าแห้งสำหรับมื้อกลางวัน” หลินมู่อวี่ตอบกลับด้วยรอยยิ้มจางๆ
“ฮะ?”
ฉินอินอ้าปากค้าง “ร…รู้ได้อย่างไร?”
“หืม…จำเป็นต้องคิดด้วยหรือ? มันสามารถเดาได้อย่างง่ายดาย”
หลินมู่อวี่ขี่ม้านำไปก่อนจะพูดว่า “เสี่ยวอิน เลิกทรมานม้าของเจ้าได้แล้ว…ปล่อยให้มันเดินอย่างถูกต้องเถิด ด้วยความเร็วของเราตอนนี้ อาจไม่ถึงโรงเตี๊ยมถัดไปก่อนเวลาค่ำ”
“อืม ได้สิ…”
ฉินอินตบหลังม้าแผ่วเบาและพูดว่า “เจ้าม้า เดินปกติได้แล้ว”
ราวกับได้รับการอภัย ม้าตัวนั้นรีบหันกลับและหยุดทนทุกข์กับ ‘การทรมาน’ ขององค์หญิง มันสะบัดหางอย่างมีชีวิตชีวา หลังจากที่ได้เชื่อมจิตกันแล้ว ม้าตัวนี้ก็รับรู้ได้ว่าเด็กสาวผู้นี้เป็นบุคคลที่สูงส่งกว่าคนนับหมื่น มันจึงหยุดคิดไม่ได้ว่าตนเองไม่ใช่ม้าธรรมดาอีกต่อไป ทว่าเป็น ‘ม้าศักดิ์สิทธิ์ส่วนพระองค์’ ขององค์หญิง!
“เสี่ยวอิน ทักษะเชื่อมจิตยอดเยี่ยมถึงเพียงนั้นเลยหรือ?” หลินมู่อวี่เอ่ยถาม
ฉินอินพยักหน้ารับ “อื้ม การใช้พลังวิญญาณ