วรรค์ และบทแปลงกายเทวะ ซึ่งทรงพลังมากขึ้นเรื่อยๆ ทว่าหลินมู่อวี่ทำได้เพียงเรียนรู้ไปทีละขั้น เขาจะพูดถึงเรื่องนี้หลังจากเรียนรู้บทพิชิตเรียบร้อยแล้ว
หลินมู่อวี่อ่านอย่างรอบคอบและจดจำทุกรายละเอียดของทักษะเชื่อมจิต ก่อนจะส่งม้วนคัมภีร์คืนฉินอิน หลินมู่อวี่นั่งบนหลังม้าขณะที่ปลดปล่อยปราณยุทธ์อย่างเชื่องช้าเพิ่มความแข็งแกร่งให้แก่จิตวิญญาณและฝึกฝนคาถาของบทพิชิต ไม่นานก็มีสายธารอุ่นไหลผ่านจิตใจของหลินมู่อวี่ ก่อนที่มันจะไหลเวียนทั่วร่างกาย
หลินมู่อวี่ดีใจมาก สิ่งนี้คือ ‘พลังเชื่อง’ ซึ่งถูกกล่าวถึงในคัมภีร์ทักษะเชื่อมจิต หากไม่มีพลังนี้ ก็จะไม่สามารถทำให้สัตว์วิญญาณเชื่องได้
เห็นได้ชัดว่าตู้ยี่หมิงและมังกรนภามิได้มีความสัมพันธ์แบบ ‘เชื่อง’ ทั้งคู่มีความสัมพันธ์แบบพึ่งพาอาศัยกันมากกว่า หากตู้ยี่หมิงทำให้สัตว์วิญญาณเชื่องได้จริงๆ พวกเขาคงมีพันธะวิญญาณ เมื่อตู้ยี่หมิงตาย วิญญาณของมังกรนภาจะแตกกระจายและตายตามไป ทว่ามังกรนภายังสามารถโจมตีฉินอินหลังจากนั้นได้ ซึ่งมันแสดงให้เห็นว่าตู้ยี่หมิงฝึกฝนทักษะเชื่อมจิตอย่างตื้นเขิน
…
เมื่อถึงเวลาพลบค่ำทั้งสองก็เดินเข้าไปในป่าล่ามังกรค่อนข้างไกล มีสัตว์วิญญาณปรากฏตัวไม่มากระหว่างทาง ทว่าพวกมันเป็นสัตว์วิญญาณอายุน้อยและไม่มีสติปัญญา
หลินมู่อวี่ฝึกฝนพลังเชื่องได้สำเร็จ และรอทดสอบกับสัตว์วิญญาณที่เหมาะสม
ขณะเดียวกันทักษะชีพจรวิญญาณก็ตรวจพบพลังงานผันผวน หลิน