งจบลง ตู้ยี่หมิงขอซุปหนึ่งชามและขนมปังธรรมดาสองก้อนก่อนจะพามังกรนภาเดินเข้าไปหาฉินอิน “สหายหนุ่มและคุณผู้หญิง โต๊ะนี้ยังพอมีที่นั่งเหลืออยู่ไม่ทราบว่าข้าจะขอนั่งด้วยได้หรือไม่?”
หลินมู่อวี่พยักหน้ายิ้ม “เชิญตามสบายเลย”
“ขอบใจมาก”
มังกรนภาที่ตามมาด้วยคุกเขาลงนั่งข้างฉินอิน ตาโตกะพริบปริบๆ ครีบร่มที่อยู่รอบหัวของมันกระพือเข้าออกอย่างน่าเอ็นดู
ฉินอินใจอ่อนระทวยเมื่อเห็นมังกรน้อยอ้อน นางลูบหัวของมันโดยปราศจากความกลัวใดๆ ก่อนจะยิ้มและเอ่ยขึ้น “ช่างเป็นมังกรน้อยที่ว่าง่ายอะไรเช่นนี้…”
ตู้ยี่หมิงเอ่ยขึ้นทั้งที่ขนมปังยังเต็มปาก “ดูเหมือนคุณผู้หญิงจะชอบมังกรนภาน้อยของข้ามากสินะขอรับ?”
“อืม” ฉินอินไม่ปฏิเสธ
ตู้ยี่หมิงเอ่ยถาม “ข้าชักสงสัยว่าท่านทั้งสองมาจากที่ใดและจะไปแห่งใดกันหรือ?”
หลินมู่อวี่ตอบ “ข้ามีนามว่าหลินอวี่ ส่วนคนนี้คือน้องสาวข้านามหลินอิน เราเป็นนักแสดงเร่ร่อน เดินทางครานี้เราตั้งใจจะไปเมืองหาดสายัณห์ กล่าวกันว่าศิลปินหลายคนที่นั่นมีชีวิตที่ดีกันทั้งสิ้น”
“เป็นเช่นนี้เอง…”
ตู้ยี่หมิงยิ้ม “ข้าก็กำลังมุ่งหน้าไปเมืองหยาดสายัณห์เช่นเดียวกัน อย่างนั้นทำไมเราถึงไม่ไปด้วยกันเลยเล่า? จะได้ช่วยดูแลกันระหว่างทาง”
หลินมู่อวี่ขมวดคิ้วด้วยท่าทีอึดอัด
ตู้ยี่หมิงผู้มีไหวพริบหันไปหาฉินอินด้วยรอยยิ้มพลางกล่าว “แม่หญิงหลินอวี่ดูเหมือนจะชอบมังกรนภาของข้ามาก หากร่วมทางกันไปเจ้าจะได้เล่นกับมันมากกว่า