นี้นะ…”
“ไม่เจ้าค่ะ”
ฉินอินเผยแววตารู้ทัน “ท่านพี่กับข้าคุ้นชินกับการเดินทางกันเอง จึงต้องขอปฏิเสธน้ำใจของท่านเจ้าค่ะ”
“อย่างนั้นเองหรือ…”
ตู้ยี่หมิงผิดหวังเล็กน้อย ทว่ายังคงยิ้มและกล่าวต่อ “ข้าเห็นว่าแม่นางฉินอินชอบมังกรน้อยตัวนี้นัก เช่นนั้นข้าจะสอนวิธีฝึกอสูรให้สักอย่างสองอย่าง!”
“วิธีฝึกอสูรหรือ?”
หลินมู่อวี่หัวใจแทบหยุดเต้น เขารู้ซึ้งถึงวิชาควบคุมอสูรที่ชางไป๋เฮ่อใช้เพื่อลอบสังหารองค์จักรพรรดิ หากฉินอินสามารถเรียนวิชานี้ได้ต้องเป็นประโยชน์อย่างมากแน่!
เมื่อคิดได้ดังนั้นหลินมู่อวี่จึงรีบคำนับและกล่าวด้วยรอยยิ้ม “หลินอินชอบสัตว์มาก หากท่านอาจารย์ตู้อยากสอนวิชาให้นาง ข้าจะยินดีอย่างยิ่ง!”
ตู้ยี่หมิงแววตาเป็นประกาย “ดีเลย เช่นนั้นข้าตกลง! พรุ่งนี้เราออกเดินทางกันแต่เช้าเถิด!”
“รับทราบ!”
…
กลางดึกฝนเริ่มตกแรงขึ้นพร้อมกับเสียงฟ้าร้องดังสนั่นไปทั่วผืนฟ้า
ห้องของหลินมู่อวี่และฉินอินอยู่ริมสุด เสียงฟ้าผ่าดังลั่นราวกับมีคนใช้ขวานพังหน้าต่างเข้ามา ฉินอินที่นอนคุดคู้อยู่บนเตียงด้วยความหวาดกลัวชะโงกหัวมองหาหลินมู่อวี่ที่นอนบนพื้นพลางเอ่ยขึ้น “อากาศหนาวเช่นนี้บนพื้นคงเย็นไม่น้อย ท่านพี่อยากจะ…ขึ้นมานอนบนเตียงหรือไม่? ข้ากลัว…”
หลินมู่อวี่ซุกอยู่ใต้ผ้าคลุมผืนเดียวด้วยความหนาวสั่น
“เราเป็นพี่น้องกัน ไม่เป็นไรหรอกเจ้าค่ะ” ฉินอินกล่าว
หลินมู่อวี่เถียงกับตัวเองในใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะลุกขึ้นนั่งบ