มกับคบเพลิงที่เริ่มถูกจุดจนสว่างไสวทั่วบริเวณ ไม่นานการต่อสู้ก็เริ่มรุนแรงขึ้น
ทั้งสองฝั่งต่างสู้รบกันอย่างเอาเป็นเอาตาย หลินมู่อวี่ควบม้าเข้าไปพร้อมกับเหวี่ยงกระบี่ตัดโล่และแขนของทหารคนหนึ่งจนล้มกลิ้งลงไปร้องครวญครางกับพื้นด้วยความเจ็บปวด
กระทั่งองครักษ์อวี้หลินเริ่มเสียเปรียบในการต่อสู้ ทหารชำนาญการร้อยคนด้านหลังระดมยิงธนูใส่จนองครักษ์หลายคนนอนจมกองเลือด
“วิ้ง!”
หลินมู่อวี่เมื่อเห็นดังนั้นจึงเรียกกำแพงน้ำเต้าออกมาช่วยป้องกันคนที่เหลือ ลูกธนูไม่สามารถทะลุผ่านกำแพงมาได้ หลินมู่อวี่หันไปตะโกนกับคนข้างหลัง “รีบเปิดทางแล้วถอยทัพ!”
“ขอรับ!”
เว่ยโฉว เซี่ยโหวซาง และคนอื่นๆ เข้าสังหารศัตรูด้วยพลังสูงสุด เพียงพริบตาทหารชำนาญการกว่าสามร้อยคนก็กลายเป็นศพ ทว่าฝั่งองครักษ์อวี้หลินเองก็สูญเสียไม่น้อย อีกทั้งยังมีคนเจ็บอีกหลายคนนอนรอความช่วยเหลืออยู่
หลินมู่อวี่ใช้เก้าแพงน้ำเต้าป้องกันก่อนจะตะโกนบอกมือธนูที่กำลังระดมยิง “เราคือองครักษ์อวี้หลินแห่งเมืองหลันเยี่ยน พวกเจ้าลอบโจมตีเราถึงสามครั้งอยากตายอย่างนั้นรึ?”
ทหารเหรียญเงินง้างคันศรพลางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ไอ้พวกหมารับใช้ คิดจะเสวยสุขหลังจากล้างบ้างพวกเรารึ?”
หลินมู่อวี่ไม่เอ่ยตอบสิ่งใดนอกจากรวบรวมพลังอัสนีไว้ที่ฝ่ามือ กระบี่วิญญาณมังกรพุ่งทะยานออกไปก่อนจะเฉือนลำคอของทหารผู้นั้นอย่างรวดเร็วปานสายฟ้า ดูเหมือนนายทหารต้องการจะพูดบางอย่างทว