่าลำคอถูกฟันขาดเสียก่อน ร่างหนาล้มลงพร้อมกับสิ้นครวญครางก่อนสิ้นใจ หลินมู่อวี่เก็บกระบี่เข้าฝักและเอ่ยขึ้น “หากไม่อยากตายก็ไสหัวไปให้พ้น!”
บรรดาทหารสมาชิกสำนักอัศวินต่างมองหน้ากัน ยอมรับความพ่ายแพ้ด้วยไม่กล้าต่อกรกับหลินมู่อวี่ผู้ได้สมญาว่า ‘เทพแห่งความตาย’ และเร่งเก็บอาวุธก่อนจะหนีหายเข้าป่าไป
“ท่านผู้บัญชาการ!”
เว่ยโฉวควบม้าเข้ามาหาหลินมู่อวี่ด้วยใบหน้าโชกเลือด “เราจะตามพวกมันไปหรือไม่ขอรับ?”
“ไม่ต้อง”
หลินมู่อวี่สลายกำแพงน้ำเต้าก่อนจะสูดหายใจลึกเพื่อผ่อนคลายตัวเอง เขามองดูศพโดยรอบพลางเอ่ยขึ้น “แม้ครานี้จะล้มเหลวแต่พวกมันต้องกลับมาอีกแน่ ฉะนั้นเราควรไปจากที่นี่โดยเร็ว อย่าได้ใส่ใจพวกมดปลวกที่หนีไป อีกอย่างทางเราก็เสียกำลังพลไปไม่ใช่น้อยข้าไม่อยากให้มีใครตายเพิ่มอีก”
“รับทราบขอรับ เก็บของ…เราจะออกเดินทางกันคืนนี้!”
ทหารองครักษ์ฝังร่างของสหายศึกที่ตายอย่างรวดเร็ว การต่อสู้ที่กินเวลาไม่ถึงสิบนาทีทว่าก็ทำให้ทหารองครักษ์บาดเจ็บล้มตายไปกว่าครึ่ง มีเพียงหลินมู่อวี่ เว่ยโฉว เซี่ยโหวซาง และองครักษ์ที่มีพลังยุทธ์ขอบเขตปฐพีขั้นสามเท่านั้นที่ไม่บาดเจ็บ
ทว่าเพียงภาพที่เห็นก็ทำให้หลินมู่อวี่เจ็บปวดใจมากพอแล้ว แม้จะยังเหลือทหารอีกว่าเจ็ดพันในเมืองหลันเยี่ยน ถึงกระนั้นในการต่อสู้นี้เขาก็สูญเสียมากเกินไป ยิ่งไปกว่านั้นหน่วยองครักษ์อินทรีที่มีจำนวนไม่มากหากเสียทหารฝีมือดีไปหนึ่งคนก็ต้องรับสมัครเข้