วันต่อมา…หลินมู่อวี่ก็ได้รับดอกผิงเม่ยที่ร้องขอ กลิ่นของมันลอยมาแตะจมูก มันมีลักษณะเหมือนที่ลู่ลู่เคยบอกไว้ แสดงว่าหูเถี่ยหลิงไม่ได้ใช้เล่ห์เหลี่ยมใด คงไม่มีใครกล้าฝ่าฝืนคำสั่งของจักรพรรดิอย่างที่คิด
หลังจากกล่าวขอบคุณและอำลาแล้ว หลินมู่อวี่ก็พาเว่ยโฉวและทหารคนอื่นๆ ออกจากเมืองห้าหุบเขาตรงไปยังมณฑลหลิงเป่ยทันที
เมื่อเสียงฝีเท้ากองทัพม้าจางลง กลุ่มของหลินมู่อวี่ก็หายไปจากการมองเห็น
หูเถี่ยหนิงถอนหายใจพลางเอ่ยขึ้น “เซียนหลิน”
หลงเซียนหลินคำนับพลางขานรับ “เรียกหาข้าหรือขอรับ”
“เมื่อคืนเจ้าได้พูดคุยเรื่องคนเถื่อนและพวกค้าทาสกับหลินมู่อวี่หรือไม่?
“ขอรับ”
หูเถี่ยหนิงเลิกคิ้วขึ้นถาม” เขาว่าอย่างไรบ้าง?”
หลงเซียนหลินตอบอย่างนอบน้อม “เขาตอบเพียงว่าเป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรม ทว่าไม่ได้คิดจะทำสิ่งใดขอรับ เขาไม่ได้เป็นแม่ทัพหลินมู่อวี่ผู้ป่าเถื่อนพร้อมสร้างปัญหาดังเช่นข่าวลือที่ได้ยินมา”
ประกายคมเฉิดฉายขึ้นในแววตาหูเถี่ยหนิง “เขากำลังข่มอารมณ์ตัวเองไว้อยู่ อีกทั้งพลังยุทธ์ของหลินมู่อวี่ยังเหนือกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก ข้ารับรู้ได้ว่าเขาพยายามปิดซ่อนพลังของตนและทำตัวเฉกเช่นคนทั่วไปช่างน่าหวั่นเกรงนัก! ในกาลข้างหน้า…หากต้องได้สู้กันมณฑลชางหนานของเราคงยากที่จะชนะคนน่ากลัวเช่นนี้”
หลงเซียนหลินพยักหน้า “ท่านผู้ว่าขอรับ มีคนเถื่อนกว่าเจ็ดร้อยคนถูกพบในค่ายของเรา ทุกคนล้วนยังสาวข้าจึงคิ ดว่า…บางทีแทนที่เร