าจะส่งพวกนางให้กลุ่มค้าทาส เราจับคู่คนเหล่านี้กับทหารเราไม่ดีกว่าหรือขอรับ? พวกเขาจะได้สร้างครอบครัวแล้วย้ายเข้ามาอยู่ในเมืองห้าหุบเขา ท่านคิดเห็นเป็นเช่นไรขอรับ?”
“ฮ่าๆๆ”
หูเถี่ยหนิงหันมามองหน้าหลงเซียนหลินก่อนจะพูดด้วยสายตาเย็นชา “เซียนหลิน เจ้าใจอ่อนรึ?”
หลิงเซียนหลินรีบตอบกลับ “ข้า…ข้าเพียงรู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรมต่อพวกนางอย่างที่หลินมู่อวี่บอกไว้ พวกนางไม่ควรต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ ทั้งที่เราสามารถช่วยพวกนางได้แท้ๆ”
“ไม่!”
หูเถี่ยหนิงตอบเสียงทุ้ม “ข้ายังยืนยันจะส่งพวกมันให้กลุ่มค้าทาส เซียนหลิน…ความสามารถของเจ้าไม่เป็นสองรองใคร เจ้าจะมาใจอ่อนเพราะเรื่องนี้ไม่ได้ สำหรับผู้มีอำนาจสงครามคือเรื่องสนุก ไม่มีใครสนใจเรื่องเมตตาหรือศีลธรรมลวงโลก มีเพียงพลังและผลประโยชน์เท่านั้น!”
หลงเซียนหลินทำได้เพียงคำนับและกัดฟันตอบ “ข้าเข้าใจแล้วขอรับ!”
“เซียนหลิน”
หูเถี่ยหนิงเปลี่ยนเป็นน้ำเสียงอ่อนโยน “หากเจ้าว่างก็ไปหาเสี่ยวอวิ๋นบ้าง นางเป็นคู่หมั้นของเจ้า เจ้าจะเอาแต่ฝึกรบทั้งวันไม่ได้ เข้าใจหรือไม่?”
หลงเซียนหลินพยักหน้ารับ “ขอรับ…หากข้าแล้วเสร็จภารกิจเรื่องค่ายแล้ว ข้ารับปากจะไปหานางขอรับ”
“อืม…ดีมาก”
…
ตะวันคล้อยบ่าย กองม้าศึกกำลังวิ่งอยู่บนถนน
“เหตุใดท่านจึงไม่ถามหูเถี่ยหนิงเรื่องใบอนุณาตผ่านทางขอรับ?” เมื่อโฉวควบม้าเข้ามาหาหลินมู่อวี่ด้วยท่าทีสงสัย “แม้จะเอาผิดหูเถี่ยหลิงไม่ได้ อย่างน้อยเราก็