ยังมีโอกาสเตือนคนอื่น”
หลินมู่อวี่ส่ายหน้า “ไม่จำเป็น หากเราทำลายสัมพันธไมตรีต่อกันจะทำให้เรื่องวุ่นวายขึ้น เจ้าเองก็ได้เห็นกำลังพลของเมืองห้าหุบเขาแล้ว ทหารม้าของพวกนั้นนับได้ว่าเป็นทหารชั้นยอดแห่งเทือกเขาฉินทางตอนเหนือ การกำจัดคนเถื่อนสองหมื่นคนลงได้ทั้งที่ตนเสียเปรียบอย่างมากเป็นข้อพิสูจน์เรื่องนั้น หากมีปัญหากันลำพังองครักษ์อินทรีร้อยกว่าคนของเราคงไม่ต่างไม้ซีกงัดไม้ซุง ฉะนั้นต่อให้หูเถี่ยหนิงจะภักดีต่อจักรวรรดิหรือไม่เรารู้กันเพียงแค่นี้ก็พอ”
“ยังปราดเปรื่องเช่นเคยนะขอรับ!”
หลินมู่อวี่หันไปหาเซี่ยโหวซางและเอ่ยถาม “เซี่ยโหว ค่ำคืนกับสองนักเต้นสาวเป็นอย่างไรบ้างเล่า?”
เซี่ยโหวซางหน้าแดงด้วยความเขินอายเอ่ยตอบ “ท่านอย่าล้อเลียนข้าสิขอรับ…นอกจากเรื่องนั้นแล้วข้าก็ไม่เก่งเรื่องไหนอีก แต่พูดตามตรง…สองสาวนั่นเร่าร้อนเอาเรื่องนะขอรับ หูเถี่ยหนิงช่างดูแลแขกได้ดีจริงๆ ที่แบ่งสาวงามมาปรนเปรอ…”
หลินมู่อวี่กล่าว “อย่ายอมให้ความงามมาบังตา มิเช่นนั้นวันหนึ่งหูเถี่ยหนิงอาจใช้ช่องโหว่นี้หลอกใช้ประโยชน์จากเจ้าได้”
เซี่ยโหวซางหัวเราะลั่น “ท่านอย่าได้คิดมากไปขอรับ เซี่ยโหวซางผู้นี้ไม่ยอมให้ใครมาจูงจมูกง่ายๆ เด็ดขาด หากหูเถี่ยหนิงคิดจะหลอกใช้ข้าด้วยเรื่องนั้น ข้าจะไม่มีวันให้อภัยเขาแน่ เพียงแค่ให้ที่หลับนอนข้าไม่นับว่าเป็นบุญคุณขอรับ”
หลินมู่อวี่ยกนิ้วโป้ง “เจ้าช่างเป็นคนซื่อตรงจริงๆ”
“ฮ่าๆๆ…”
ค่ำค