จะปกป้องเจ้าเองและจะไม่ให้ใครมารังแกได้อีก”
“อื้ม ข้าจะจดจำสิ่งที่เจ้าพูดในวันนี้ เจ้าเองก็ต้องห้ามลืมเด็ดขาด”
“อืม ได้สิ”
จางเหว่ยด้านข้างตกตะลึง “สหาย…เจ้ากำลังจีบสาวอย่างมีความสุข ขณะที่ปฏิบัติกับนายพลผู้นี้ราวกับอากาศ ไม่เห็นใจความรู้สึกของหมาป่าเดียวดายเช่นข้าบ้างรึ?”
หลินมู่อวี่หัวเราะ “ข้าต้องขอบคุณท่านจางเหว่ยที่เข้ามาอย่างทันท่วงที ข้าจะไปคุยกับเฟิงจี้สิงสักวันเพื่อขอให้เลื่อนขั้นท่านได้เป็นผู้บัญชาการกองหมื่นโดยเร็ว!”
“ฮ่าๆ ขอบคุณมากท่านหลินมู่อวี่ ข้าทราบดีว่าท่านห่วงใยเฒ่าจางผู้นี้เสมอ!”
ถังเสี่ยวซีพูดไม่ออกขณะที่มองหลินมู่อวี่และจางเหว่ย นางมีสีหน้ากังวลเล็กน้อยก่อนจะดึงมือหลินมู่อวี่ “มู่มู่รีบกลับเมืองหลวงกันเถิด เรามิควรอยู่ที่นี่นาน”
“อืม ได้สิ”
…
แสงจันทร์สาดส่องกำแพงตำหนักเจ๋อเทียนยามค่ำคืนเป็นคลื่นราวกับสายน้ำ
ด้านนอกจวนหงส์ไฟมีองครักษ์มังกรยี่สิบนายพร้อมฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนคอยอารักขา แสงจันทร์สาดลงบนชุดเกราะสีเงินเปล่งประกายดั่งแสงศักดิ์สิทธิ์ แม้ลมยามดึกสงัดจะหนาวเหน็บ ก็มิทำให้องครักษ์มังกรหวั่นเกรงขณะที่ยังคงยืนอยู่ที่เดิมราวกับรูปปั้นหิน
ภายในโถงมีซุปเดือดปุดๆ อยู่บนเตา
ชวีฉู่และเหล่ยหงนั่งจิบชารสเลิศอยู่ที่นั่น ฉินอิน ถังเสี่ยวซี และหลินมู่อวี่นั่งอยู่ด้านข้าง ไม่ง่ายเลยที่จะเชิญเหล่ยหงออกมากลางค่ำคืนกับชวีฉู่เช่นนี้ เป็นโอกาสที่หาได้ยากสำหรับผู้ชำนาญการขอบเขตป