นั้น ข้าจะขัดขืนได้เยี่ยงไร…” ชวีฉู่กล่าวอย่างอ่อนใจ “ข้าชวีฉู่ไม่เคยรับศิษย์มาก่อน ทว่ากับเจ้าเป็นข้อยกเว้น คงไม่เป็นไรหากข้าจะรับศิษย์ที่ชาญฉลาดเช่นองค์หญิงอินเพิ่มอีกสักคน”
“อืม…ท่านอาวุโสฉู่คงลำบากใจ”
เฟิงจี้สิงพลันเข้ามาจับไหล่หลินมู่อวี่และหัวเราะ “อาอวี่ เราหาสถานที่นัดรวมตัวกันคืนนี้ดีหรือไม่?”
“ได้สิ แล้วเราจะไปที่แห่งใด?”
“หอสดับพิรุณ แต่เจ้าเลี้ยง? ในเมื่อเจ้าได้รับเหรียญตรามังกรทอง ก็ถือได้ว่าเป็นผู้ชนะที่ยิ่งใหญ่ในการประลองยุทธ์!”
“อืม!”
“ฮ่าๆ ดี!”
…
ต่อจากนี้เป็นพิธีการแสนยาวนาน กฎราชวงศ์ค่อนข้างเข้มงวด…ทว่าหลินมู่อวี่ได้พยายามทำตามกฎอย่างตั้งใจ สถานที่แห่งนี้อยู่บนเขาสูงเสียดฟ้าและหนาวเหน็บ หลินมู่อวี่ต้องอดทน มิเช่นนั้นคงต้องเตะต่อยเพื่ออบอุ่นร่างกาย
เมื่อพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าพิธีการก็จบลง เสนาธิการประจำตำหนักเจ๋อเทียนรับผิดชอบจัดงานเฉลิมฉลองใหญ่โต ทว่าฉินจิ้นมิได้เข้าร่วมเนื่องจากเหนื่อยล้าเกินไป ส่วนหลินมู่อวี่และเหล่าสี่วีรบุรุษแห่งเมืองหลันเยี่ยนก็มิได้เข้าร่วม พวกเขาออกจากตำหนักเจ๋อเทียนและมุ่งหน้าไปหอสดับพิรุณ
“องค์หญิงอินและองค์หญิงซีมิได้มาด้วยวันนี้ ดังนั้นพวกเราดื่มกันให้เต็มที่!” ฉินเหลยพูดพร้อมหัวเราะ
ฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนพยักหน้า “ตำหนักเจ๋อเทียนมีผู้อาวุโสฉู่คอยอารักขาอยู่ ข้าเชื่อว่าคงไม่มีอันตรายใดย่างกรายไปได้ นี่เป็นโอกาสทองสำหรับพวกเรา เช่นนั้นก็ไม่กลับจน