รลุสู่ขอบเขตนภาขั้นสองได้ก่อนอายุสี่สิบ ซึ่งนำหน้าฉู๋ฮว๋ายเหมี่ยนไปครึ่งปี
ฉู๋ฮว๋ายเหมี่ยนก้าวขึ้นไปยังลานประลองด้วยฝีเท้าอันหนักอึ้ง อาการบาดเจ็บยังไม่ทุเลาเลยสักนิด ทว่าในฐานะผู้บัญชาการหน่วยองครักษ์มังกรเขาจะเสียเกียรติไม่ได้! ฉู๋ฮว๋ายเหมี่ยนกระชับกระบี่ในมือและยืนอย่างสง่าผ่าเผย
มู่หรงโจวเดินเข้าลานประลองพร้อมกับหอกเหล็กในมือและเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม “ฉู๋ฮว๋ายเหมี่ยน…ถือว่าเก่งกาจไม่เบาที่จัดการเจิ้งฟางลงได้ ข้า…มู่หรงโจวผู้นี้ไม่อยากรังแกคนเจ็บจึงอยากจะแนะนำให้เจ้ารีบยอมแพ้ไปเสีย หากยังฝืนแล้วถูกข้าจัดการเดี๋ยวจะอับอายเอาได้ อีกทั้งข้าคงไม่ยินดีเท่าไรถ้าเอาชนะคนที่แทบไม่มีแรงแม้จะยืนเช่นนี้”
ฉู๋ฮว๋ายเหมี่ยนยิ้มกว้าง “หากข้าสละสิทธิ์เจ้าก็คงชนะ….แต่เจ้าคิดว่าจะเอาชนะข้าได้จริงๆ งั้นรึ? ข้าได้ยินมาว่าเจ้าอยากท้าประลองฉินเหลยกับเฟิงจี้สิงมานานแล้ว ตอนนี้จึงเป็นโอกาสดีเลย…ข้าคือผู้คุมกฎแห่งองครักษ์อวี้หลิน หากเจ้าอยากเจอกับสองผู้บัญชาการก็จงผ่านข้าไปให้ได้ก่อน มิเช่นนั้นเจ้าก็ไม่มีคุณสมบัติพอ!”
“อย่างนั้นรึ? หากเป็นอย่างที่เจ้าพูดข้าก็ขอรับคำท้า!”
สิ้นเสียงตะโกน มู่หรงโจวก็ตวัดหอกจู่โจมทันที! ฉู๋ฮว๋ายเหมี่ยนรีบยกกระบี่ขึ้นมาป้องกัน ทว่าปลายหอกมู่หรงโจวที่ไวกว่าฟาดเข้าไหล่ฉู๋ฮว๋ายเหมี่ยนอย่างจังจนเลือดกระฉูด!
“ตึก…ตึก…ตึก…”
ความรุนแรงของหอกทำให้ฉู๋ฮว๋ายเหมี่ยนถึงกับเซถอยหลังไปหลายก้าว