“ท่านพี่ฉู๋ เราลงไปกันเลยดีไหม?”
หลินมู่อวี่ขึ้นไปบนลานประลองเพื่อช่วยพยุงฉู๋ฮว๋ายเหมี่ยนที่ยังไม่ได้สติลงไปข้างล่าง แม้จะเอาชนะมาได้ก็อาการสาหัส ถึงกระนั้นบาดแผลบนกายตอนนี้คงไม่เท่ากับบาดแผลในใจ เพราะระหว่างต่อสู้ฉู๋ฮว๋ายเหมี่ยนบังเอิญไปทำลายทะเลจิตของเจิ้งฟางเข้า จนทำให้ฝั่งจวนเสินโหวเสียใจเป็นอย่างมาก และจากนี้เขาและเจิ้งเซียงคงไม่ได้เจอกันอีก…
เพราะฉู๋ฮว๋ายเหมี่ยนไม่รู้จะสู้หน้าเจิ้งเซียงได้อย่างไร
เมื่อกลับถึงอัฒจันทร์หลินมู่อวี่จึงพูดปลอบ “นี่ไม่ใช่ความผิดของท่านพี่ ท่านไม่จำเป็นต้องโทษตัวเอง”
“ใช่ ไอ้สารเลวเจิ้งฟางนั่นคิดจะลอบโจมตีเจ้าก่อน หน้าไม่อายเสียจริง!” ฉินเหลยพูดอย่างฉุนเฉียว “เจิ้งอี้ฝานคิดว่ามันเป็นใครกันถึงกล้าคิดจะสังหารเจ้า ณ ตำหนักเจ๋อเทียนแห่งนี้ หึ! ดีแล้วที่ทะเลจิตของไอ้เจิ้งฟางถูกทำลาย…พอเอ็นมังกรของเจิ้งอี้ฝานขาด เราจึงได้เห็นสันดานที่แท้จริงของมัน!”
เฟิงจี้สิงผู้เข้าใจฉู๋ฮว๋ายเหมี่ยนที่สุดถอนหายใจก่อนจะเอ่ยขึ้น “ท่านพี่ฉู๋อย่าได้สิ้นหวังไป ทุกอย่างล้วนเป็นไปตามสวรรค์กำหนด…ไม่แน่พรุ่งนี้อาจดีกว่าวันนี้ก็เป็นได้”
“ข้าก็ภาวนาให้เป็นเช่นนั้น…” ฉู๋ฮว๋ายเหมียนนั่งลงด้วยสีหน้าหดหู่
…
จักรพรรดิฉินจิ้นเดินไปยังอัฒจันทร์คนดูฝั่งเสินโหวก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ขุนนางเจิ้งไม่ต้องรู้สึกแย่ไป ฉู๋ฮว๋ายเหมี่ยนไม่ได้ตั้งใจทำให้เจิ้งฟางบาดเจ็บเช่นนี้ และข้าก็ได้สั่ง