ให้สมาพันธ์โอสถจัดหายารักษาแล้ว รับรองว่าทะเลจิตของเจิ้งฟางต้องหายดีแน่นอน”
เจิ้งอี้ฝานถวายบังคมและเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าเศร้าโศก “เป็นพระมหากรุณาธิคุณยิ่งพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท…ที่ทรงห่วงใยชายแก่ผู้นี้และฟางเอ้อ”
ฉินจิ้นพยักหน้า “ข้าจะมอบฉายาทูตสวรรค์และตำแหน่งแม่ทัพตะวันออกอันดับสี่ให้เจิ้งฟาง พร้อมทั้งแต่งตั้งให้เป็นขุนนางอันดับที่สิบสามแห่งจักรวรรดิ โดยฉายานี้จะคงอยู่และสืบทอดแก่ทายาทต่อไป นอกจากนั้นข้าจะมอบเหรียญทองให้อีกสองแสนเหรียญเป็นรางวัล…”
“เป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหามิได้พ่ะย่ะค่ะ…” เจิ้งอี้ฝานโค้งคำนับด้วยความซาบซึ้ง ทว่าแววตายังคงเศร้าหมองก่อนจะตะโกนขึ้น “ใครก็ได้พาเจิ้งฟางไปยังสมาพันธ์โอสถเดี๋ยวนี้!”
เมื่อได้รับคำสั่งทหารเสินเว่ยก็พาเจิ้งฟางไปรักษาทันที เจิ้งอี้ฝานหันมาโค้งคำนับให้ฉินจิ้นอีกครั้งก่อนจะเร่งตามไป
…
รถม้ากำลังวิ่งผ่านถนนทงเทียน เจิ้งอี้ฝานนั่งในรถม้าโดยมีเจิ้งฟางที่ยังคงหน้าซีดเผือดอยู่ข้างๆ กระทั่งผู้บัญชาการกองพันของทหารเสินเว่ยที่อยู่ด้วยกันเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเกลียดชัง “ทางฝั่งฉู๋ฮว๋ายเหมี่ยนเล่นสกปรกทำลายทะเลจิตของท่านเจิ้งฟางถึงเพียงนี้ แต่องค์จักรพรรดิกลับปลอบใจด้วยฉายา เงินทอง และตำแหน่งทหารอันต่ำต้อย ช่างไม่ไว้หน้าจวนเสินโหวของเราเลย…ท่านเสินโหวยอมรับสิ่งนี้ได้หรือขอรับ?”
“แล้วเจ้าจะให้ข้าทำเช่นไร?”
เจิ้งอี้ฝานจ้องหน้าเอาความ “ว่าอย่างไร?”
“ข้าคิดว่า…” สี