นคือศัตรูน้องชายเล็กของเจ้า และเจ้าเป็นหนึ่งในตระกูลเจิ้ง ควรแสดงกิริยาให้สมเกียรติตระกูลด้วย จะแสดงกิริยาหยาบคายเช่นนั้นเพื่อองครักษ์อวี้หลินผู้ต่ำต้อยไปทำไม?”
“ท่านพ่อ ข้า…” เจิ้งเซียงนั่งลงช้าๆ ทว่าสายตายังจับจ้องอยู่ที่ฉู่ฮว๋ายเหมี่ยน นางกัดริมฝีปากแน่น เผยร่องรอยความปวดร้าวบนใบหน้า “ตราบใดที่ท่านพ่อมีความอนุเคราะห์แก่เรา นอกจากฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนแล้ว…เซียงเซียงจะไม่รักชายใดอีก”
“เช่นนั้นหรือ?”
เจิ้งอี้ฝานเผยรอยยิ้มจางๆ ก่อนจะเงยหน้ามอง “ความรักและความเกลียดชัง รวบรวมและกระจัดกระจาย สิ่งใดที่มีค่าอยู่ในกระแสแห่งความเป็นนิรันดร์? สักวันหนึ่งเจ้าจะเข้าใจ”
เจิ้งเซียงพลันก้มมองพื้น “เช่นนั้นข้าก็ขอไม่เข้าใจมัน”
“เจ้า…”
เจิ้งอี้ฝานมองลูกสาวอย่างเคืองโกรธ แต่ก็ถอนหายใจทันที “พ่อตามใจเจ้ามาตลอด อยากได้สิ่งใดก็หามาให้ ทว่าเรื่องนี้พ่อให้เจ้าไม่ได้ หากเป็นคนอื่นพ่อจะไม่พูดอะไรสักคำ แม้จะมาจากครอบครัวต่ำต้อยก็ไม่เป็นไร ตราบที่เจ้าชอบพวกเขา แต่ฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนผู้นี้…เป็นคนของเฟิงจี้สิงและฉินเหยียนซึ่งมีเรื่องบาดหมางกับจวนเสินโหว อีกทั้งฉินเหลยต้องการตัดหัวพ่อของเจ้า เช่นนั้นเจ้าจะก็ยังบังคับพ่อไปสู่ความตายจริงๆ หรือ?”
“ข้า…”
เจิ้งเซียงพูดไม่ออกก่อนจะหันกลับไปยังลานประลอง ร่างฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนกำลังโจมตีกลับขณะที่ปราณยุทธ์กลายเป็นแสงดาวล้อมรอบตัว นิ้วของเขากลายเป็นผีเสื้อโบยบินก่อนจะเปลี่ยนเป็นแสง